จดหมายจากเขาวง : บางจุดหมายของชีวิตคือสถานที่ บางจุดหมายคือผู้คน

[จดหมายจากเขาวง ลงวันที่ 14 กรกฎาคม]

ช่วงกรกฎา ถือเป็นหน้าร้อนของญี่ปุ่น, เราอาจจะมองแตกต่างจากหลายคน, เพราะเราชอบท้องฟ้าในหน้าร้อนของญี่ปุ่นมาก

จำได้ว่า เคยนั่งรถไฟไปเที่ยวหน้าร้อนปี 2014 กับเพื่อนสองคน แล้วเจอประสบการณ์มหัศจรรย์ เจอสิ่งที่ทำให้หัวใจพองฟูเสมอเมื่อมองย้อนกลับไป

ไม่ใช่ทั้งความรัก, และไม่ใช่ความโรแมนติกใดๆ
แต่เป็น ชายญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่พวกเราเจอระหว่างหลงทางในเขตอำเภออันห่างไกล แล้วเขาพยายามกางแผนที่อธิบายให้พวกเราฟัง

เราบอกเขาด้วยภาษากระท่อนกระแท่นว่า จุดหมายที่พวกเรามองหาคือที่ไหน?

เราโบกมือลาเขามา โดยไม่ได้คิดอะไร

ก่อนที่แสงอาทิตย์จะลาลับ ระหว่างที่พวกเราหาจุดหมายแห่งนั้นเจอ, เราเจอเขายืนอยู่ที่นั่น, พร้อมรถเล็กๆ ยี่ห้อญี่ปุ่นหนึ่งคัน

เขามาตามหาพวกเรา – เขาอยากรู้ว่า “จุดหมายที่พวกเราตามหา” คือที่ไหน
และเขาเป็นห่วงว่า พวกเรา (สามสาวที่พูดญี่ปุ่นไม่ได้) จะหามันเจอไหม

พอเลิกงานแล้ว เขาก็ขับรถและวนเวียนเปิด GPS จนหาสถานที่แห่งนี้เจอ

“จุดหมายที่พวกเราดั้นด้นตามหาในหน้าร้อนครั้งนั้น”

.
.

หลังจากวันนั้น เราส่งอีเมลขอบคุณเขา เคยบอกเขาไป ว่าถ้ามาเมืองไทยให้บอก จะพาเที่ยว … เขาไม่เคยมาเมืองไทยหรอก เขาแทบไม่เคยออกนอกเมืองที่เขาอยู่

คำว่า “โตได” ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของพวกเรา ทำให้เขาตาโต

เขาเป็นคนที่เรียนจบเกษตรจากสถาบันเล็กๆ แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น แล้วก็สอบราชการ ปักหลักอยู่บ้านเกิด และเป็นเจ้าหน้าที่ที่โดนกลุ่มคนหลงทางอย่างพวกเรา เดินขึ้นออฟฟิศ (สำนักงานต่างจังหวัด) เพื่อไปถามทางในวันนั้น

เขาไม่ใช่คนหน้าตาดี แต่มีรอยยิ้มที่น่าทึ่ง และจากที่ได้คุยอีเมลกัน เรารู้สึกว่า เขาเป็นคนที่ตามหาจุดหมายในชีวิตของตัวเองเจอแล้ว

.
.
สิ่งที่เจอในฤดูร้อนปีนั้นบอกเราว่า
“โตเกียวอาจไม่ใช่หมุดหมายของทุกคน”

.
.
.
.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเพิ่งทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำเตือนที่รายรอบอยู่ในโซเชียลมีเดียตอนนี้

“ถ้ามีงาน กอดงานไว้ให้แน่น”

เรายื่นใบลาออกจากงาน

ไม่แน่ใจว่าพูดคำนี้ได้ไหม
แต่เชื่อว่า จุดหมายที่ทุกคนตามหา คงมีหน้าตาและพิกัดไม่เหมือนกัน

.
.

และบางที มันอาจไม่ใช่สถานที่,
แต่เป็นผู้คน

meP1080833_Fotor

[blog] ชวนซื้อหนังสือ และชวนอ่านซีรีส์เรื่องเล่า

[ขายของ+บอกเล่า]

 

t1

 

(1)
นับถึงตอนนี้ หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ออกมาได้ครบ 10 เดือนแล้วค่ะ
และเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตฉันพอดี

ฉันกำลังว่างงานค่ะ
แต่เหมือนที่บอกเพื่อนคนหนึ่งไว้ … “แต่หนี้มันก็ไม่ได้ว่างงานไปกับเราด้วยหรอก”
จริงที่สุดเลย

ตอนที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว เซนเซที่สอนวิชา Labor Economics เคยพูดตอนเปิดคลาสว่า ภาวะว่างงานเป็นภาวะที่ไม่ได้กระทบต่อมนุษย์คนหนึ่งแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นระยะยาว ซ้ำๆ มันจะส่งผลต่อจิตใจ ความเชื่อมั่น และศักยภาพของมนุษย์ตัวเล็กๆ ได้ เรียกได้ว่าเราอาจสูญเสียศรัทธาที่มีต่อชีวิตไปได้เลย

ฉันฟังแล้วถึงกับร้องโหย… เซนเซจริงจังเนอะ

แต่เพราะเรื่องภาวะว่างงานมันกระทบต่อ “แรงงาน” หรือมนุษย์ในสังคมจริง รัฐจึงให้ความสำคัญ จะเห็นได้ว่า เรามักเห็นรัฐหมกมุ่นกับตัวเลขภาวะว่างงานอยู่เสมอ

ถ้ามองในแง่ตัวเลข มันก็คือตัวเลข ถ้ามองในแง่ชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง มันก็คือชีวิต

แฮร่…พูดซะดูเศร้าเลย แต่ฉันไม่ได้เศร้าหรอกค่ะ

เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเข้ามา เราก็แค่ต้องหาทางรับมือกับมัน … ก็เท่านั้น

ฉันเลยใช้เวลาใคร่ครวญและตอบคำถามเรื่องค่าใช้จ่ายของตัวเอง ได้คำตอบเป็นตัวเลขมาส่วนหนึ่ง แล้วจากตัวเลขนั้น ก็เลยนำมาซึ่งภารกิจส่วนตัวที่แอบตั้งไว้

ทรัพยากรที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ก็คือหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ประมาณ 100 เล่ม เล่มนึงขายอยู่ที่ 275 บาท ฉันเลยตั้งใจจะทำภารกิจว่า เดือนนี้จะขายหนังสือให้ได้ 100 เล่ม

ขณะเดียวกันก็จะช่วยร้านหนังสือต่างๆ โปรโมททางออนไลน์ด้วย

แต่นั่นไม่ใช่ภารกิจเดียวที่จะทำค่ะ

 

 

(2)
เมื่อเช้าขณะไปวิ่ง (ว่างงานยิ่งมีเวลาออกกำลังค่ะ) ฉันก็คิดถึงทรัพยากรหรือต้นทุนที่ตัวเองมีอยู่ ฉันเลยคิดว่าน่าจะนำต้นทุนนี้มาแบ่งปันกับคนอื่นบ้าง

ต้นทุนนั้นคือ ประสบการณ์ในการทำงานหนังสือและนิตยสารค่ะ

นิตยสารที่เห็นอยู่ในภาพ ไม่ใช่นิตยสารที่ฉันเคยทำหรอกนะคะ แต่ฉันก็เติบโตมากับนิตยสารเล่มนี้ (และเล่มอื่นๆ เหมือนกัน)

ในยุคที่คนเราแทบจะไม่ซื้อนิตยสารรายปักษ์ หรือรายเดือนกันอีกแล้ว (ขนาดฉันยังไม่ซื้อมาตั้ง 2 ปีเลยค่ะ เพิ่งซื้อเล่มนี้ในรอบ 2 ปีเลย) ฉันอยากย้อนเล่าประสบการณ์ของชีวิตที่พัวพันกับสื่อสิงพิมพ์ดู

ซึ่งอันนี้ตั้งใจว่าจะเขียนลงบล็อก (และเพจ) ทุกวันค่ะ … ซึ่งอ่านได้ฟรี แต่อาจจะมีแทรก tie in หนังสือของตัวเองเข้าไปบ้าง แฮร่

จะเริ่มวันเสาร์นี้วันแรก (4 สิงหาคม 2018 – ต้อนรับคอนเสิร์ตในไทยของ Wanna One เลย)

 

 

(3)
ถ้ายังไง ฉันถือโอกาสฝากภารกิจทั้ง 2 ไว้ด้วยนะคะ

อันแรก ขายของ = หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ซึ่งคุณสามารถสั่งซื้อได้ในราคารวมค่าส่ง 345 บ. โดยดูรายละเอียดการโอนได้ที่ลิงก์นี้ : https://bit.ly/2vuDt3Z

อันที่สอง บอกเล่า = รวมบทความซีรีส์เกี่ยวกับการทำงานในวงการหนังสือและนิตยสาร ซึ่งฉันคิดว่ามันก็เป็นอาชีพหนึ่ง ที่น่าจะถูกบันทึกวิธีการทำงานไว้

หวังว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดีกับทั้ง 2 ภารกิจ ค่ะ

 

____

Like: fb.me/deartiktok
Follow: twitter.com/deartiktok
Blog : deartiktok.wordpress.com

[เขียนถึงซากุระ] โดยคนอ่าน 1

#เขียนถึงซากุระ

จาก Way to Read – https://waymagazine.org/waytoread07/
ขอบคุณค่ะ

อ่านแล้วชวนแท็ก #ซากุระซาโยนาระ#SakuraSayonara

/////

Sakura, Sayonara

#Tiktok
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์: อ่าน

การพบเจอของคนสองคนบนพื้นที่ตรงกลาง บรรยากาศขมุกขมัว ละอองความรู้สึกของใครบางคนลอยปะปนไม่ชัดเจน เป็นคนแปลกหน้าในสถานแปลกปลอมบนดินแดนแปลกถิ่น การเดินทางบางครั้งอิสรภาพก็มีน้ำหนักมากกว่ากระเป๋าเดินทาง ทำ ให้ ทุก อย่าง เชื่อง ช้า

Tiktok ผู้เขียนเดินทางจากไทยไปเรียนต่อที่โตเกียวญี่ปุ่น สวนทางกับ แดน ชายหนุ่มอังกษที่เสร็จสิ้นภารกิจฝึกงาน และกำลังเดินทางกลับประเทศ ก่อนการพบกันครั้งใหม่ที่นางาซากิก่อนข้ามไปยังเมืองอื่นๆ เกาะฮาจิมะ เนื้อเรื่องของ Sakura, Sayonara บรรยายบรรยากาศระหว่างทางไว้ชนิดที่ชวนให้ท่องเที่ยวตามรอยทีเดียว

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน แม้ในตัวเล่มจะย่นย่อเวลานับปีเหลือเพียงกระชับ ทว่ามันดำเนินไปอย่างยาวนาน ซึ่งคิดว่าคงตรงตามเจตนาผู้เขียน ความรู้สึกดีๆ มักเกิดในเวลาสั้นๆ ดังนั้นเราควรบรรจุไว้ในสถานที่ที่เวลาเดินช้ากว่าปกติ บรรทัดและวรรคตอนในหนังสือจึงค่อยๆ เผยสิ่งที่ผู้เขียนคิดช้าๆ

หรืออาจจะเหมือนนิยาย นิยายที่พรรณนาความรู้สึกอารมณ์ในห้วงที่พูดภาษาปากห้วนๆ ได้ว่า “นี่ฉันรักเขาหรือเปล่านะ” และสำหรับคนอ่าน เหมือนที่บอกว่ามันมีความคลุมเครือขมุกขมัว “สองคนนี้ (ติ๊กต่อกกับแดน) จะจบแบบไหน”

ถ้าจะอ่านเพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงจัง จะว่าอย่างนี้ก็คงไม่ถูกนัก Sakura, Sayonara จัดทำโดยผู้เขียน เป็นเรื่องราวและผู้คนที่ผู้เขียนพานพบในญี่ปุ่น โดยใช้ซากุระเป็นแกนเรื่อง ซึ่ง อีกนั่นแหละ ไม่ใช่คู่มือชมดอกซากุระ พูดตามตรงในมุมคนอ่าน หนังสือเล่มนี้เหมือนวรรณกรรมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ประดิดประดอย ด้วยเป็นประสบการตรง แต่ละบรรทัดจึงมีชีวิตให้ผู้อ่านจับต้องได้อย่างเป็นมิตร

แล้วหนังสือเล่มนี้ควรอ่านตอนไหน ขอให้ลองเปิดบทแรกๆ อ่าน ข้อดีประการหนึ่งคือสามารถโอบล้อมและดึงผู้อ่านให้เข้าสู่โลกในกระดาษได้อย่างไม่ขัดเขิน หรือถ้าคุณสัมผัสลมอุ่นที่พัดแทรกอากาศเย็นๆ ในฤดูหนาวเมื่อไหร่ ก็ควรอ่านตอนนั้น

 

 

Screen Shot 2561-01-06 at 17.46.41.png

จะสั่งซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” 1 เล่ม ทำอย่างไรดี

สำหรับคำถามนี้

“จะสั่งซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” 1 เล่ม ทำอย่างไรดี? บล็อกนี้มีคำตอบค่ะ

 

ตอนนี้สั่งหนังสือได้แล้วค่ะ ขั้นตอนการสั่งซื้อคือ

1. โอนเงิน 345.- บาท เป็นราคารวมค่าจัดส่งแล้ว ไปที่บัญชี
หัทยา ภูดี

ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 155-214407-1
ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 691-0-21092-1
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 152-438157-9
Promtpay หมายเลขโทร. 0649691456 (หัทยา ภูดี)

 

2. กรอกชื่อ สกุล และที่อยู่ พร้อมแนบรูปถ่ายสำเนาการโอนเงินมาด้วย ส่งมาที่

Line ID: tiktokthailand2   (มีเลข 2 ด้วยนะคะ)

หรืออีเมล tiktokthailand@gmail.com

 

3. รอรับหนังสืออยู่ที่บ้านได้เลย ประมาณ 5 – 10 วันค่ะ

 

 

สงสัยหรือมีข้อสอบถาม อีเมล tiktokthailand@gmail.com หัวข้อเรื่อง “ซากุระ, ซาโยนาระ”

หรือหลังไมค์หาที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ ได้เลยค่ะ

23844759_1361339480661897_7662750106214880800_n

 

Sakura, Sayonara พิมพ์ครั้งที่ 2

 

sakura-cv-spread-01

 

สวัสดีค่ะ

จะบอกว่า เรามีข่าวดีมาแจ้งคือ เราตัดสินใจพิมพ์หนังสือ “ซากุระ,​ ซาโยนาระ” ครั้งที่ 2 เพื่อต้อนรับปีใหม่ “เฮย์เซย์” 30 ที่กำลังจะมาถึงค่ะ

 

ข้อมูลหนังสือ

ชื่อหนังสือ: ซากุระ, ซาโยนาระ / เขียนโดย Tiktok

ราคาปก 275 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่งลงทะเบียนภายในประเทศ)

หนังสือหนา 328 หน้า

ค่าจัดส่ง :แบบลงทะเบียน 70 บาท ระยะเวลาการจัดส่งไม่เกิน 10 วันทำการ สามารถเช็คสถานะของพัสดุได้ทางเว็บไซต์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

Free Shipping : หากสั่ง 3 เล่มขึ้นไป ฟรีค่าจัดส่ง 

 

 

UPDATE:

SAKURA, SAYONARA 2nd edition

 

Update: 20 Nov 2017

1)ทำความรู้จักกันก่อน (สักนิด) สำหรับท่านที่อยากดูตัวอย่าง สามารถคลิกอ่านตัวอย่างของหนังสือได้ที่ – https://goo.gl/25R4Zv

2)ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 จะมีวางขายในร้านหนังสือบางร้าน (เดี๋ยวจะอัพเดทรายชื่อช่วง 15 ธันวาคม 2560 ค่ะ) รอติดตามได้เลยค่ะ

3)สำหรับท่านที่ต้องการสั่งซื้อโดยตรงจากทางเรา สามารถอีเมลจำนวนเล่มที่ต้องการสั่งซื้อมาที่ tiktokthailand@gmail.com

หลังได้รับอีเมลแล้ว เราจะแจ้งเลขบัญชีสำหรับชำระเงินกลับไปค่ะ (ตอนนี้เราไม่ได้เปิดเผยเลขบัญชี เพราะกลัวสับสนว่าใครสั่งเข้ามาค่ะ อยากขอทำความรู้จักกันก่อนจะโอนเงินเนอะ )

 

ช่องทางการติดต่อทั้งหมด

อีเมล​: tiktokthailand@gmail.com

blog : deartiktok.wordpress.com

facebook page: deartiktok (กรุณาเข้าไปที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ แล้วกดส่งกล่องข้อความ)

หรือ LINE ID: tiktokthailand2

ลองอ่านก่อนได้ที่ https://goo.gl/25R4Zv

 

ข้างหลังปกมีเรื่องเล่า – ก่อนซากุระบาน (ปกแรกที่ไม่ได้ตีพิมพ์)

23467306_1346720412123804_5477018280064865193_o

 

 

#ก่อนซากุระบาน

เขียนถึง “ปก” ค่ะ

กว่าจะมาเป็นปก “ซากุระ, ซาโยนาระ” ฉากหลังท้องฟ้าสีสดใสแบบที่หลายคนชอบกันนั้น ปกแรกสุด เคยเป็นแบบนี้มาก่อนค่ะ

อันนี้เป็นปกร่างแรกที่เราชอบมาก แต่เหตุผลที่ไม่ได้ใช้ปกนี้เพราะเราไม่แน่ใจว่า ผู้อ่านที่เป็นผู้ชาย จะรู้สึกว่าปกมันหวานไปไหม

เราเลยมาถึงปกร่างสองกัน ซึ่งเป็นปกแนว abstract หน่อย เกี่ยวกับซากุระที่ร่วงหล่นจากสองทิศ แล้วมาเจอกันตรงกลางปก

ขณะเดียวกัน ฝ่าย Art ที่ออกแบบปก ก็ไปแอบคิดปกมาอีกแบบ แล้วส่งมาให้ดู ซึ่งก็คือปกฉบับจริงที่ทุกคนเห็นกันนั่นแหละค่ะ

ลงท้ายแล้ว ถ้าใครจะบอกว่า ปกสวย ก็ต้องขอบคุณฝ่าย Art มากๆ ค่ะ เพราะเหมือนว่าอ่านเกมขาด นำเสนอปกที่คนเขียนไม่ได้เอ่ยปากขอไปด้วยซ้ำ ซึ่งจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังแอบงงว่า รู้ได้ยังไงว่าชอบสีฟ้า … คนเขียนชอบสีฟ้า blue sky มากค่ะ แต่คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่าคนเขียนชอบสีชมพู

แต่ปกร่างแรกที่มีความเป็นชมพูหวานปะปนกับขาว ก็เป็นปกที่ชอบมากนะคะ โดยส่วนตัวแล้วอยากใช้ปกนี้มากค่ะ

#ข้างหลังปกมีเรื่องเล่า

 

 

ซากุระ on the cloud (E-book)

Screen Shot 2560-11-11 at 1.56.19 PM

 

ซากุระ on the cloud (E-book)

11.11 คนจีนถือว่าเป็นวันคนโสด ทาง Alibaba ก็มีจัดกิจกรรมพิเศษ ลดราคาในร้านค้าปลีกบนแพลตฟอร์มตนเองจำนวนมาก

ทางเราไม่ได้จะมาลดราคาหนังสือค่ะ แต่จะมาแจ้งว่า “ซากุระ, ซาโยนาระ” มีจำหน่ายในรูปแบบ On the Cloud หรือ E-Book ด้วยนะคะ โดยเริ่มจำหน่ายวันนี้ 11.11

ช่องทางจำหน่ายคือเว็บ MEB ค่ะ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม E-book ที่ถือว่าเป็นเจ้าตลาดของไทยในปัจจุบัน

สำหรับท่านที่สนใจอ่าน “ซากุระ, ซาโยนาระ” เวอร์ชั่นที่ลอยละล่อง on the cloud สามารถเข้าไปในเว็บ MEB เลือกหมวด “ท่องเที่ยว” หรือค้นหาจากชื่อหนังสือ

หรือเข้าลิงก์ตรงได้ที่ https://goo.gl/d6n96g

เนื่องจากทราบดีถึงข้อจำกัดของหนังสือ E-book ที่จับต้องไม่ได้ หรือจะเก็บไว้ขายต่อก็ยังไม่ได้อีก (เอ๊า เผื่อใครอยากขายเป็นหนังสือมือสองเนอะ) ราคาในเวอร์ชั่น E-book จึงย่อมเยากว่าเวอร์ชั่นเล่มจริงค่ะ

ใครที่อยากอ่านตัวอย่างก่อน สามารถคลิกเลือกอ่าน Sample ในเว็บ MEB ได้ด้วยค่ะ ลงบางส่วนไว้ที่นั่น

สำหรับท่านที่อยากจับต้องเล่มจริง อยากได้ความรู้สึกของเนื้อกระดาษ สามารถติดต่อได้ที่ร้านหนังสือก็องดิด (facebook.com/CandideBooks) ค่ะ ราคาเล่มละ 275 บาท

ประกาศบอกไว้ในวันคนโสดของจีน

แต่หนังสือ อ่านได้ทั้งคนโสดและคนไม่โสด

และมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความทรงจำถึงผู้คนในชีวิต

 

 

 

Link

E-book – https://goo.gl/d6n96g

 

edit1: 15.01 เวอร์ชั่น E-Book มีแก้ไขนิดหน่อยนะคะ เพราะปกใน MEB จะมีขอบขาวเกินมา ตอนนี้กำลังแก้ไขกับทีมงานอยู่ ขอบคุณค่ะ

 

 

อัพเดท ช่องทางการจัดจำหน่าย “ซากุระ, ซาโยนาระ” – 16.10.2017

 

 sakura book fair
สวัสดีค่ะ

ตอนนี้หนังสือสำหรับสั่งออนไลน์ หมดสต๊อกแล้วนะคะสำหรับท่านที่สนใจ สามารถซื้อได้ที่งานหนังสือ 18 – 29 ตุลาคม 2560 ที่ Plenary Hall บูธ J 01 (บูธนิตยสารเวย์)หรืออีกช่องทางคือ ร้านหนังสือก็องดิด ค่ะ
https://www.facebook.com/CandideBooks/

from
Dear Tiktok
16.10.2017
ภาพโดย www.facebook.com/NodjadongArt/

Update: วิธีสั่งซื้อหนังสือ Sakura, Sayonara

Update: 23 July 2017

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน

ท่านที่หลงเข้ามาบล็อกนี้ ไม่มากก็น้อย คงมีความสนใจหนังสือ Sakura, Sayonara อยู่บ้าง (เนอะ)

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เราจัดพิมพ์เอง เลยมีราคาสูงนิดหน่อยนะคะ

ถ้าอยากทำความรู้จักกันก่อน (นิดนึง) สามารถคลิกอ่านตัวอย่างของหนังสือได้ที่ – https://goo.gl/25R4Zv

สำหรับท่านที่ต้องการสั่งซื้อ มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

(ก.) รายละเอียดหนังสือและราคา

  • ชื่อหนังสือ: ซากุระ, ซาโยนาระ / เขียนโดย Tiktok
  • ราคาปก 275 บาท ค่าจัดส่งลงทะเบียนภายในประเทศ 50 บาท
    รวม 325 บาท
  • หนังสือหนา328 หน้า
  • กำหนดจัดส่งหนังสือ: ต้นเดือนตุลาคม 2560

 

(ข.) ขั้นตอนการสั่งจอง/ซื้อและการชำระเงิน

  • แจ้งจำนวนเล่มที่สนใจ พร้อมชื่อ ที่อยู่ และ เบอร์ติดต่อ ที่
    อีเมล​: tiktokthailand@gmail.comfacebook page: deartiktok (กรุณาเข้าไปที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ แล้วกดส่งกล่องข้อความ)หรือ LINE ID: tiktokthailand2
  • จากนั้นรอการตอบกลับ โดยอย่าเพิ่งทำการโอนเงินจนกว่าจะได้รับการตอบกลับ ทั้งนี้ทีมงานจะระบุยอดที่ต้องชำระ และแจ้งหมายเลขบัญชีสำหรับการโอนให้ท่านทราบ
  • เมื่อได้รับการตอบกลับ กรุณาชำระเงินภายใน 7 วัน จากนั้นถ่ายรูปสลิปการโอน หรือสลิปจากอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง ส่งเข้าที่ช่องทางที่แจ้งไว้ด้านบน (อีเมล,​ facebook page, LINE)
  •  รอรับหนังสือ … และขอบคุณที่สนใจหนังสือของทางทีมงาน ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ 🙂

 

pic-pic

ผมขาว และเรื่องราวของการเติบโต

จากงานวิจัยปี คศ.2005 ในวารสารการแพทย์พบว่าคนเอเซียจะเริ่มมีผมหงอกหรือผมขาวตั้งแต่อายุปลาย 30  –  จากบทความออนไลน์ “ผมหงอก … หัวหงอก … ผมขาว” โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิด

(1) ปี 2559 ที่ผ่านมา ผู้คนรอบตัวฉันพูดเรื่อง “ผมหงอก” กันบ่อยมาก

ตอนเป็นเด็ก ฉันมักคิดว่า ผมหงอก เป็นเรื่องของคนแก่ เป็นเรื่องของคนสูงวัย เป็นเรื่องที่จะไม่มีวันมาถึงฉันก่อนที่จะอายุแตะเลข 50 แน่ๆ

แต่ผมหงอกปรากฏบนศีรษะฉันครั้งแรกในวัย 30

มันปรากฏกายอย่างเงียบเชียบ ไม่เหมือนผีตรงที่เรามองเห็นได้ว่ามันมีอยู่จริง และเหมือนผีตรงที่มันแอบน่ากลัว

“แค่ไม่กี่เส้น” ฉันคิดอย่างนั้น

แต่ผมหงอกก็เหมือนประสบการณ์ มันเพิ่มพูนตามอายุที่มากขึ้น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บอกว่า เมื่อคนเราอายุ 30 เส้นผมจะหงอกขาวเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ทุกๆ 10 ปี จริงๆ ข้อมูลนี้อาจไม่ตรงกับประสบการณ์ฉันนิดหน่อย เพราะจำนวนผมหงอกบนหัวของฉันกลับเพิ่มทบทวีขึ้นเป็นรายปี หาใช่รายทศวรรษไม่

เพื่อนในวงการสื่อคนหนึ่งเคยพูดติดตลกไว้ ตอนมีผมหงอกเส้นแรกๆ ก็ขยันนับจำนวนอยู่นะ แต่พอหลายปีผ่านไป มันเยอะจนต้องเลิกนับไปเลย

แล้วก็มีชีวิตอยู่กับมันแบบเข้าใจสัจธรรม (เอามือตบบ่าปุๆ)

 

(2) ตั้งแต่สิ้นปี จนถึงวันเริ่มต้นปีใหม่นี้ ฉันใช้เวลาในชีวิตกำจัดผมหงอกไปไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

การถอนผมหงอกออกจากศีรษะ เป็นเหมือนอาการเสพย์ติดอย่างหนึ่ง คืออย่าลองเริ่ม เพราะถ้าได้เริ่มแล้วจะยาว

หลายเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ตแนะนำเราว่า ไม่ควรถอนผมหงอก เพราะรากผมจะสั่นสะเทือน

ว่าแต่ว่า ผมหงอกคืออะไรน่ะเหรอ ผมหงอกหาใช่การที่เส้นผมผลิตเม็ดสีขาวแทนเม็ดสีดำไม่ แต่มันเกิดจากการที่เม็ดผมไม่สร้างเม็ดสี ทำให้เส้นผมไม่มีสี ผมขาวที่คนไทยเรียกกันว่าผมหงอกนั้น ภาษาอังกฤษเขาจะเรียกกันว่า  grey hair

และยังไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ว่าโปรตีนเสริมหรือวิตามินใดๆ สามารถชะลอหรือยับยั้งการเกิดผมหงอกได้จริง

แต่ใช่ว่าผมหงอกจะรักษาไม่ได้ เพราะปี 2559 นักวิจัยที่ University College London ค้นพบยีนที่เกี่ยวข้องกับการทำให้ผมหงอก (ผมไม่มีสี) ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุยีนตัวนี้ได้ ยีนตัวนี้คือ IRF4

การค้นพบยีน IRF4 ทำให้ผมขาวอาจจะรักษาได้ ด้วยการไปกระทำบางอย่างกับยีนต้นตอ

ถ้าทำได้ คุณจะเปลี่ยนผมขาวเป็นสีอื่นไหม?

 

(3) แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ผมหงอกขาวมักถูกเชื่อมโยงเข้ากับความแก่

แต่เอาเข้าจริง หลายคนบนโลกมีผมขาวตั้งแต่วัยรุ่น อย่างที่บอก ผมขาวก็คือผมที่รากผมไม่ผลิตเม็ดสี ซึ่งอาการนี้เกิดขึ้นได้ไม่จำกัดวัย

Ted Fu หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongfu Production บอกว่า เขามีผมขาวตั้งแต่อายุ 14 แล้วก็ย้อมดำมาเรื่อยๆ พอเขาเริ่มเบื่อการย้อม และปล่อยผมให้เป็นตามธรรมชาติ (สีขาว) ของมันในช่วงวัย 30 ผู้คนก็ทักระนาว เพราะเขากลายเป็นคนผมขาวเกือบทั้งหัว

แต่ Ted โอเคกับสิ่งนั้น

ฉันเคยสัมภาษณ์พี่เป้ ทวีเวท ศรีณรงค์ นักไวโอลินในช่วงก่อนที่เขาจะรวมตัวเป็น Vietrio ตอนนั้นเขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกาหมาดๆ และมีผมขาวแซมหัว ฉันทักเขาไปว่า เป็นแฟชั่นที่นู่นเหรอ เขาตอบว่า เปล่า แต่ผมเขามีสีขาวแซมอยู่แล้ว

ฉันคิดว่าวันนั้นพี่เป้ดูเท่ดี และไม่เห็นว่าผมขาวเป็นสัญลักษณ์ของความแก่แต่อย่างใด

แต่วันนี้ฉันก็เพิ่งถอนผมขาวไป … หลายเส้นทีเดียว

 

(4) ฉันไม่ได้คิดว่าผมขาวคือความแก่ แต่ผมขาวทำให้ฉันตระหนักถึงอายุที่เติบโตขึ้น

เมื่อเติบโต ร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จากเด็กเป็นวัยรุ่น เราพบเจอความเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพ และในวัยผู้ใหญ่อันยาวนาน (ตั้งแต่เรียนจบแล้วเริ่มทำงานถึงเกษียณ) ความเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพจะเดินทางมาเรื่อยๆ

ปี 2560 คงนำพาความเปลี่ยนแปลงมาอีกหลากหลาย

 

“มาเติบโตไปด้วยกันเถอนะ”

ฉันพูด ก่อนจะเริ่มถอนผมขาวจำนวนหนึ่งออกมา

ขณะที่รู้ว่า อีกหนึ่งเดือนต่อมา เดี๋ยวมันก็งอกเงย

 

 

IMG_2775.jpg