12.01.19: วันนี้คิดถึงน้องคนหนึ่ง

blog ที่ 12 of 365

 

วันนี้อยู่ข้างนอกจนดึก (แม้กระทั่งตอนเขียนบล็อกนี้) ขอโพสสั้นๆ แล้วกันนะคะ

พอดีเจอป้ายโรงเรียน Shrewsbury เลยคิดถึงน้องคนหนึ่งที่จบจากโรงเรียนนี้ค่ะ

เราเจอน้องช่วงต้นปีก่อน ตอนลงเรียนคอร์สเขียนบทละครด้วยกัน น้องจบมัธยมที่ Shrewsbury และจบตรีและโทด้าน Theater จากอังกฤษ

ที่คิดถึงน้อง เพราะน้องเป็นคนที่มี passion เกี่ยวกับละคร (เวที) และเรื่องเล่าเยอะมาก น้องอ่านวรรณกรรมเยอะ เสพละครและศิลปะเยอะ และแน่นอน น้องเป็นคนหนึ่งที่อยากให้อาชีพด้านการละคร ปักหลักมั่นคงในไทย

วันนี้พอเจอป้ายโรงเรียนเก่าน้อง เลยคิดถึงพลังและความฝันของน้องขึ้นมา

และเริ่มคิดถึงบทละครที่เขียนค้างไว้มา 1 ปีแล้ว

และอาจถึงวันที่ต้องกลับมาปัดฝุ่นแล้วมั้ง

 

สามารถกดติดตามหรืออัพเดทเรื่องจิปาถะอื่นๆ ได้ทาง

fb.me/deartiktok

twitter.com/tiktokthailand

IG: tiktokthailand

Advertisements

[blog] แด่คนที่เข้ามา…แด่คนที่จากไป

1.

07 กันยายน วันนี้เมื่อสองปีก่อน ผู้หญิงเกาหลีใต้คนหนึ่งที่ชื่อ ซูจิน ฮยอง จากไปในวัย 33 ปี

ซูจิน จากไป 1 วัน หลังจากคลอด “ธีโอ” ลูกคนแรกของเธอที่เมืองอัมมัน ประเทศจอร์แดน ตอนนั้นเธอเป็นเจ้าหน้าที่ UNHCR ซูจินเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ เชื่อในความแตกต่างหลากหลาย เธอมีเป้าหมายที่อยากสร้างโลกที่ดีขึ้น – โลกที่ความเป็นมนุษย์จะถูกให้ค่ามากกว่าความเป็นรัฐชาติ
ซูจินแต่งงานกับสามีคนญี่ปุ่น ชื่อ โยโกะ คุโรอิวะ

พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ประเทศไทย ในทริปที่ไปตะลุยค่ายผู้อพยพที่จังหวัดตาก

พบรักกันที่ประเทศไทย ตัดสินใจคบหากันที่ประเทศไทย

และหลังแต่งงานแล้วก็กลับมาฮันนีมูนที่ประเทศไทย
ฉันเจอซูจินครั้งแรก ที่ประเทศไทยเหมือนกัน

ฉันเจอเธอ 1 5 วัน ก่อนที่ฉันจะได้รู้จัก (และกลายเป็นแฟนคลับ) วงเกาหลีใต้ที่ชื่อ TVXQ! (ทงบังชินกิ)
เราเจอกันครั้งแรกที่ร้านมังสาวิรัติใจกลางสยามสแควร์ วันที่ 1 ธันวาคม 2550 (หนึ่งปีหลังรัฐประหาร 2549)

จำได้ว่าครั้งแรกที่เจอกัน เราคุยกันหลากหลายเรื่องราวมาก ฉันถามเธอว่าทำไมเธอถึงเลือกบินมาฝึกงานกับ UN ที่เมืองไทย, เธอคิดอย่างไรกับสถานการณ์รุนแรงในภาคใต้ของเมืองไทย, ทำไมเธอถึงสนใจที่จะทำงานเกี่ยวกับผู้อพยพชาวพม่าในเมืองไทย, รวมถึง ทำไมผู้หญิงเกาหลีใต้อย่างเธอ ถึงเลือกไปเรียนต่อปริญญาโทที่ญี่ปุ่น
ใช่, ซูจินเรียนจบปริญญาโทที่ญี่ปุ่น เธอเรียน Peace Study ที่ IUJ (International University of Japan) จังหวัดนีกาตะ นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยนี้ และหลังจากนั้น เวลาที่เจอใครบอกว่ามาจาก IUJ ฉันจะคิดถึงซูจินทุกครั้ง

2.

จริงๆ แล้ว ฉันเคยเจอซูจินตัวเป็นๆ แค่ 2 ครั้งเอง

ครั้งแรกสุดก็คือตอนที่เราเจอกัน ครั้งที่ 2 คือตอนที่เธอมาฮันนีมูนที่เมืองไทย ฉันซื้อของขวัญชิ้นหนึ่งให้เธอกับโยโกะ – สามีของเธอ , พอมองย้อนกลับไป ของขวัญที่ฉันมอบให้พวกเขา ก็ค่อนข้างชาตินิยมนิดหน่อย …​ ยังนึกอายมาจนถึงทุกวันนี้
ตอนเจอกันช่วงฮันนีมูน ซูจินยังไม่ได้ทำงานกับ UNHCR แต่เธอเป็นคนมีความมุ่งมั่น และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเป็นคนมีความเมตตา … ตอนที่รู้ว่าเธอได้งานที่ UNHCR ฉันคิดว่า ไม่มีใครเหมาะกับงานนี้เท่าซูจินอีกแล้ว
ถ้าต้องให้อธิบายซูจินด้วยคำหนึ่งคำ ฉันจะเลือกใช้คำว่า “Vibrant” – ฉันไม่รู้จะแปลไทยว่าอย่างไร แต่ซูจินเป็นคนแบบนั้น Vibrant เธอคือพลังบวกที่มาพร้อมความหวังของโลกใบนี้

3.

สาเหตุที่ฉันจดจำซูจินได้แม่นยำ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนสัญชาติเดียวกับ ทงบังชินกิ แต่เป็นเพราะ…แม้ว่าจะเจอกันตัวเป็นๆ แค่สองครั้งในชีวิต…แต่ซูจินเป็นคนไม่กี่คนที่ฉันยอมรับว่า เธอใส่ใจกับความฝันของฉัน
ซูจินมักจะถามมาในข้อความออนไลน์เสมอ ถึงโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ฉันเคยบอกเล่าให้เธอฟัง ความฝันต่างๆ ที่ฉันอยากทำให้มันเป็นจริง เธอถามความคืบหน้าของหนังสือ ถามเรื่องไอเดียหนังต่างๆ … เธอรับฟัง เธอใส่ใจ

และเธอแคร์
เวลาที่ใครสักคนหนึ่งแคร์ความฝันและเป้าหมายของเราอย่างแท้จริง เราจะรับรู้และสัมผัสได้

และใครคนนั้นจะก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของเราอย่างเต็มตัว

อย่างน้อย…ก็ยากมาก ที่เราจะลืมเลือนพวกเขาได้
ซูจินเป็นแบบนั้นสำหรับฉัน

4.

ตอนฉันได้ทุนไปเรียนที่โตเกียวช่วงปี 2556-2558 ซูจินแวะมาญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง แต่แปลกที่เราไม่เคยได้เจอกันอีกเลยในช่วงเวลาเหล่านั้น ฉันรับรู้ความเป็นไปของเธอผ่านโพสต์ใน Facebook รับรู้ว่าเธอเดินทางไปปฏิบัติภารกิจนั่นนี่ทั่วโลกกับสามีของเธอ ซูจินไม่เคยกลัวความยากลำบาก และเธอปรับตัวเข้ากับคนได้เกือบทุกคน เธอเป็นที่รักของทุกคนที่ได้พบเจอเธอ
ตอนที่ฉันเรียนจบจากโตเกียว ผ่านมาไม่กี่เดือน ซูจินก็ตั้งท้องลูกคนแรก แต่เธอยังทำงานและเดินทางเพื่อสร้างความหวังให้กับโลกใบนี้อยู่

5.

ปลายเดือนสิงหาคม 2559 ก่อนกำหนดคลอดไม่นานนัก ซูจินโพสภาพบางอย่างใน Facebook พร้อมเขียนข้อความที่สะท้อนถึงความตื่นเต้นที่ใกล้จะเป็นแม่คนแล้ว แน่นอนว่ามีผู้คนมาแสดงความยินดีกับเธอมากมาย
ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น
ซูจินคลอดเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าชังที่ชื่อ ธีโอ (Theo) ในวันที่ 6 กันยายน 2559 และในวันที่ 7 กันยายน 2559 เธอก็จากไป

ฉันรับรู้ข่าวการจากไปของซูจินในวันที่ 12 กันยายน 2559 หลังจากที่โยโกะ สามีของเธอโพสลงใน Facebook เพื่อแจ้งข่าวที่ทำให้โลกของใครหลายคนหยุดหมุน … ผู้คนที่รักซูจินมีจำนวนไม่น้อย เพราะเธอเป็นมนุษย์ที่น่ารัก เพราะเธอทำให้เราสัมผัสได้ถึงความหวังของโลก การจากไปของเธอ ส่งผลกระทบต่อจิตใจฉันไม่น้อย
แปลกไหมที่เราจะเสียน้ำตาให้กับคนที่เราเคยเจอหน้าแค่ 2 ครั้งในชีวิต

คนที่เคยส่งข้อความมาถามไถ่เรา…ถึงหนังสือที่เราเล่าว่าอยากจะเขียน คนที่บอกว่าจะรอดูหนังของเรา…
คนที่จากโลกนี้ไป…และไม่อยู่บนโลกเดียวกันกับเราอีกแล้ว

6.

ปลายปี 2559 โยโกะ สามีของซูจิน จัดงานรำลึกถึงซูจินขึ้นที่โตเกียว เป็นช่วงก่อนคริสต์มาส งานเล็กๆ น่ารักอบอุ่น … ฉันไม่ได้ไปร่วมด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจ แต่ฉันส่งใจไป และหวังว่าถ้ามีโอกาส ฉันอยากจะไปเคารพศพซูจินที่โซล รวมถึงอยากเจอ “ธีโอ” ลูกชายผู้เป็นแก้วตาดวงใจซูจินสักครั้ง
และเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 โยโกะก็พาธีโอในวัย 11 เดือนมาไทย

ฉันได้เจอธีโอวันแรกก็ครั้งนั้น
เด็กชายตัวอวบ ที่ดูไม่กลัวคนแปลกหน้า นั่นเพราะโยโกะตั้งใจเลี้ยงธีโอให้อยู่กับใครก็ได้ โยโกะตั้งใจให้ธีโอเติบโตมาอย่างเข้าใจความหลากหลายของผู้คน
โยโกะตั้งใจจะเลี้ยงธีโอแบบนั้น … ให้เขาเติบโตมาเป็นคนที่ใจกว้างและเปิดกว้าง

ฉันเชื่อว่า ธีโอจะเป็นคนแบบนั้นเช่นกัน

7.

ซูจินจากไปก่อนที่ฉันจะเขียนหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” เสร็จ
แม้ในหนังสือจะไม่มีชื่อเธอปรากฏอยู่ ทั้งยังไม่ใช่เรื่องราวของเธอ แต่ทุกครั้งที่มองหนังสือ … เศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับเธอ บทสนทนาระหว่างเราที่ฉันชื่นชอบ …​มักจะปรากฏตัวขึ้นเสมอ
มันอาจจะเบาบาง แต่มันก็หนักแน่นอยู่ไม่น้อย – สำหรับรอยประทับที่ใครบางคนสร้างไว้ให้แก่ชีวิตเรา
แด่คนที่เข้ามา…แด่คนที่จากไป
07 กันยายน 2561
ประเทศไทย

หมายเหตุ: ในปี 2552 ฉันเคยเขียนเกี่ยวกับซูจินไว้ในบล็อกนี้ https://bitly.com/