[เขียนถึงซากุระ] ความงดงามของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก

#เขียนถึงซากุระจากคนอ่าน

พี่ติ๊กต่อก~

จะมาบอกว่า เพิ่งอ่าน Sakura Sayonara จบค่ะ

เคยมีรุ่นพี่คนนึงในวงการหนังสือเคยบอกว่า “การเขียนแบบเรียบง่ายที่สุด แต่สื่อสารได้ครบที่สุด เป็นการเขียนที่ยากที่สุด” และนั่นคือสิ่งที่รู้สึกกับตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในบล็อก สเตตัส หรือหนังสือเล่มนี้ก็ตาม ทุกครั้งเลยที่ตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อกมักจริงใจ ซื่อตรงกับตัวเองมาก และไม่ต้องการพึ่งพาความซับซ้อนใดๆ ทั้งนั้น คิดว่าตัวเองคงไม่กล้า ‘โป๊’ ความรู้สึกได้เหมือนพี่ติ๊กต่อกแน่ๆ

ในขณะเดียวกัน ระหว่างเดินทางตามรอยย้อนความทรงจำไปกับตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อก ก็เห็นเงาของตัวเองในเรื่องพี่ติ๊กต่อกกับเรื่องของเอริด้วย เมื่อหลายเดือนก่อน ก็เพิ่งบ้าระห่ำวิ่งตามความรู้สึกตัวเอง ไปพบใครคนนึงที่ติดต่อกันมานานร่วมปีเหมือนกัน เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าความสัมพันธ์นี้จะไปต่อทางไหน เป็นการเดินทางที่ได้คำตอบ แต่จนทุกวันนี้ก็ยังไม่กล้าย้ำคำตอบนั้นกับตัวเองอย่างเด็ดขาดเลยค่ะ

ถึงยังงั้น เรื่องของพี่ติ๊กต่อกกับแดน หรือเรื่องของเอริกับสาวที่บราซิลก็เหมือนส่งสารมาให้กลายๆ ว่า บางทีชีวิตก็อนุญาตให้เรารู้จักคนนี้ในรูปแบบนี้ ในช่วงเวลานี้ ได้สานสัมพันธ์กันแบบนี้ ถึงตอนนี้จะยังอยู่ในช่วงสะอึกสะอื้นอยู่ แต่หวังว่าวันนึงจะมองย้อนกลับมา แล้วเห็นแง่มุมงดงามของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้ได้ค่ะ

ขอบคุณที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมานะคะ

จากคนอ่านคนหนึ่ง

 

t1

[blog] ชวนซื้อหนังสือ และชวนอ่านซีรีส์เรื่องเล่า

[ขายของ+บอกเล่า]

 

t1

 

(1)
นับถึงตอนนี้ หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ออกมาได้ครบ 10 เดือนแล้วค่ะ
และเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตฉันพอดี

ฉันกำลังว่างงานค่ะ
แต่เหมือนที่บอกเพื่อนคนหนึ่งไว้ … “แต่หนี้มันก็ไม่ได้ว่างงานไปกับเราด้วยหรอก”
จริงที่สุดเลย

ตอนที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว เซนเซที่สอนวิชา Labor Economics เคยพูดตอนเปิดคลาสว่า ภาวะว่างงานเป็นภาวะที่ไม่ได้กระทบต่อมนุษย์คนหนึ่งแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นระยะยาว ซ้ำๆ มันจะส่งผลต่อจิตใจ ความเชื่อมั่น และศักยภาพของมนุษย์ตัวเล็กๆ ได้ เรียกได้ว่าเราอาจสูญเสียศรัทธาที่มีต่อชีวิตไปได้เลย

ฉันฟังแล้วถึงกับร้องโหย… เซนเซจริงจังเนอะ

แต่เพราะเรื่องภาวะว่างงานมันกระทบต่อ “แรงงาน” หรือมนุษย์ในสังคมจริง รัฐจึงให้ความสำคัญ จะเห็นได้ว่า เรามักเห็นรัฐหมกมุ่นกับตัวเลขภาวะว่างงานอยู่เสมอ

ถ้ามองในแง่ตัวเลข มันก็คือตัวเลข ถ้ามองในแง่ชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง มันก็คือชีวิต

แฮร่…พูดซะดูเศร้าเลย แต่ฉันไม่ได้เศร้าหรอกค่ะ

เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเข้ามา เราก็แค่ต้องหาทางรับมือกับมัน … ก็เท่านั้น

ฉันเลยใช้เวลาใคร่ครวญและตอบคำถามเรื่องค่าใช้จ่ายของตัวเอง ได้คำตอบเป็นตัวเลขมาส่วนหนึ่ง แล้วจากตัวเลขนั้น ก็เลยนำมาซึ่งภารกิจส่วนตัวที่แอบตั้งไว้

ทรัพยากรที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ก็คือหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ประมาณ 100 เล่ม เล่มนึงขายอยู่ที่ 275 บาท ฉันเลยตั้งใจจะทำภารกิจว่า เดือนนี้จะขายหนังสือให้ได้ 100 เล่ม

ขณะเดียวกันก็จะช่วยร้านหนังสือต่างๆ โปรโมททางออนไลน์ด้วย

แต่นั่นไม่ใช่ภารกิจเดียวที่จะทำค่ะ

 

 

(2)
เมื่อเช้าขณะไปวิ่ง (ว่างงานยิ่งมีเวลาออกกำลังค่ะ) ฉันก็คิดถึงทรัพยากรหรือต้นทุนที่ตัวเองมีอยู่ ฉันเลยคิดว่าน่าจะนำต้นทุนนี้มาแบ่งปันกับคนอื่นบ้าง

ต้นทุนนั้นคือ ประสบการณ์ในการทำงานหนังสือและนิตยสารค่ะ

นิตยสารที่เห็นอยู่ในภาพ ไม่ใช่นิตยสารที่ฉันเคยทำหรอกนะคะ แต่ฉันก็เติบโตมากับนิตยสารเล่มนี้ (และเล่มอื่นๆ เหมือนกัน)

ในยุคที่คนเราแทบจะไม่ซื้อนิตยสารรายปักษ์ หรือรายเดือนกันอีกแล้ว (ขนาดฉันยังไม่ซื้อมาตั้ง 2 ปีเลยค่ะ เพิ่งซื้อเล่มนี้ในรอบ 2 ปีเลย) ฉันอยากย้อนเล่าประสบการณ์ของชีวิตที่พัวพันกับสื่อสิงพิมพ์ดู

ซึ่งอันนี้ตั้งใจว่าจะเขียนลงบล็อก (และเพจ) ทุกวันค่ะ … ซึ่งอ่านได้ฟรี แต่อาจจะมีแทรก tie in หนังสือของตัวเองเข้าไปบ้าง แฮร่

จะเริ่มวันเสาร์นี้วันแรก (4 สิงหาคม 2018 – ต้อนรับคอนเสิร์ตในไทยของ Wanna One เลย)

 

 

(3)
ถ้ายังไง ฉันถือโอกาสฝากภารกิจทั้ง 2 ไว้ด้วยนะคะ

อันแรก ขายของ = หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ซึ่งคุณสามารถสั่งซื้อได้ในราคารวมค่าส่ง 345 บ. โดยดูรายละเอียดการโอนได้ที่ลิงก์นี้ : https://bit.ly/2vuDt3Z

อันที่สอง บอกเล่า = รวมบทความซีรีส์เกี่ยวกับการทำงานในวงการหนังสือและนิตยสาร ซึ่งฉันคิดว่ามันก็เป็นอาชีพหนึ่ง ที่น่าจะถูกบันทึกวิธีการทำงานไว้

หวังว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดีกับทั้ง 2 ภารกิจ ค่ะ

 

____

Like: fb.me/deartiktok
Follow: twitter.com/deartiktok
Blog : deartiktok.wordpress.com

[policy blog] เขียนถึง public policy #1 – getcalfresh

 

1a

 

 

พอดีหาข้อมูลเกี่ยวกับ gov tech / civic tech เลยเจอเว็บนี้ของอเมริกา

เป็นเว็บที่สนับสนุนโดย Code for America ซึ่งถือว่าเป็น non profit org แต่ไม่ใช่ภาครัฐ ทว่าทำสนับสนุนภาครัฐ

getcalfresh.org เป็นเว็บที่สร้างให้รัฐแคลิฟอร์เนีย คงไปเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานหลายหน่วยในรัฐนั้น พวก county ต่างๆ

ตัวเว็บคือ ให้คนด้อยโอกาสลงชื่อขอรับ food stamp ได้ง่ายๆ (ตอนนี้ food stamp เปลี่ยนชื่อเป็น SNAP แล้ว เปลี่ยนตอนปี 2008 ชื่อใหม่เต็มๆ คือ Supplemental Nutrition Assistance Program (SNAP)

ตามที่เว็บ getcalfresh อ้าง คือเราลงทะเบียนง่ายมาก ผ่านมือถือหรือคอมก็ได้ ก็เข้าไปลงแค่ชื่อ สกุล ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ แค่นี้เอง แล้วก็กด agree จากนั้น เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาตรวจสอบสิทธิ์ แล้วติดต่อกลับไม่เกิน 10 วัน ถ้าเรียบร้อยกันว่าได้สิทธิ ก็รอรับบัตร EBT (Electronic benefit transfer) ซึ่งก็คือ stamp แบบเก่า ที่เปลี่ยนมาเป็น การ์ดอิเล็กทรอนิกส์ อ่ะ

เงินที่เข้า EBT เห็นในเว็บ wikipedia บอก เดือนละ 125 USD นะ แต่ว่าของแคลิฟอเนียร์เหมือนจะได้ 200 USD ขึ้น (แล้วแต่รัฐจะจัดการอ่ะ)

จากนั้นก็นำ EBT หรือการ์ดนี่ ไปซื้อผักและอาหารได้ที่ร้านที่ร่วมรายการ โดยจะมีตู้ให้กดๆ ต้องกรอกพินโค้ดด้วย หรือเลข Social Security (ชั้นเคยมีเมือ 15 ปีก่อน ตอนนี้หายแล้ว งิ้งงงงงง คนเถือน2003) ซึ่งความน่าสนใจนิดหน่อยคือ อาหารที่ซื้อผ่าน EBT หรือการ์ดที่ออกโดยรัฐนี่ ไม่ต้องเสียภาษีนะ (ปกติในอเมริกา เวลาซื้อของจะต้องคิดภาษี ราคาของที่โชว์คือราคาของก่อนคิดภาษี) ถ้าคิด ถือว่าผิด กม. ทันทีจ้า

ตะกี้อยากรู้ว่า เว็บมันออกแบบให้ใช้ง่ายไหม เลยลองเข้าไปกรอก (มั่วๆ) ดู จากความมั่ว ก็พบว่าใช้ง่าย แต่ทำได้ไม่สุด เพราะไม่กล้ากด agree ตอนท้าย เนื่องจากกรอกมั่วไป กลัวคนทำงานต่อจะลำบาก จะไป spam คนที่ต้องใช้งานจริงอีก

แต่ทั้งนี้ ใครอยู่แคลิฟอร์เนีย เป็น residents หรือกรอกได้ ลองช่วยกรอกหน่อยสิ อยากรู้ว่ามันใช้ง่ายจริงไหม แล้วอะไรอย่างนี้คิดว่าเหมาะกับเมืองไทยไหม ในเชิงนโยบายรัฐ

ปล.
ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่อง policy เก็บๆ ไว้ เพราะ
-วันก่อนเพื่อนถามอะไรไม่รู้ แล้วตอบไม่ได้ เพื่่อนเลยบอกว่า “แต่แกเรียนจบ public policy จาก Todai นะ” อ้าว…
-นว.เขียนรีวิวถึง “ซากุระ, ซาโยนาระ” โดยพูดถึง พี่ติ๊กต่อกเขียนถึงทริปจากมุมมองของนักเรียนนโยบายสาธารณะ … เลยรู้สึกว่า อุ้ย ตัวเองเคยมีมุมนี้ด้วยเหรอ

[เขียนถึงซากุระ] หนังสือส่งท้ายปี โดย โอแอลจัง

20229551_10154947777943235_3467686642730595446_o

 

#เขียนถึงซากุระ

โดย โอแอลจัง (OL = Office Lady คำเรียกพนักงานหญิงของญี่ปุ่น)
และเป็นเจ้าของภาพนี้ในหนังสือค่ะ

ขอบคุณที่เขียนถึงกันค่ะ

 

 

++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

หนังสือส่งท้ายปี 2017

พี่ติ๊กต่อกผู้เขียนเป็นเพื่อนพี่ปอมหนึ่งในกองบรรณาธิการที่เวย์ เราเจอกันครั้งแรกที่อุเอะโนะในร้านอิซากายะ ฤดูร้อนนั้น ฉันมาฝึกงานในลอว์เฟิร์มที่โตเกียว ถ้าจำไม่ผิด ค่ำคืนนั้นน่าจะเป็นคืนแรกของพี่ติ๊กต่อกในญี่ปุ่น

เจอกันครั้งแรก พี่ติ๊กต่อกก็คุยเรื่องคอนเสิร์ตดงบังชิงกิที่กำลังจะมาถึงอย่างออกรสกับพี่กิ๊ฟซึ่งเป็นสายเกาหลีเหมือนกัน พี่ปอมบอกว่าพี่ติ๊กต่อกทำงานสายนิตยสารมาก่อน พี่ติ๊กต๊อกในความทรงจำแรกของฉันคือพี่อดีตกอง บ.ก. ผู้ชื่นชอบดงบังชิงกิ

และคือเวลาก่อนเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะเริ่มขึ้น

พี่ติ๊กต่อกเป็นคนชอบบันทึก พี่เขียนโพสต์ในเฟซบุ๊คยาวๆ ทั้งเรื่องนักร้องเกาหลีที่พี่ชอบ บทความวิชาการ ตลอดจนเรื่องปกิณกะ เฟซบุ๊คทำให้รู้ว่าพี่ติ๊กต่อกเป็นคนช่างสังเกต แถมอธิบายได้ละเอียดลออ สงสัยเสมอว่าทำไมพี่ติ๊กต่อกถึงสรรหาถ้อยคำมาบรรยายอะไรต่อมิอะไรได้พรั่งพรูเหมือนเปิดก๊อกน้ำ กว่าเราจะเขียนได้แต่ละหน้าแม่งโคตรจะยากเย็น

ฉันคุยกับพี่ติ๊กต่อกหลังไมค์บ้าง พี่ติ๊กต่อกเป็นคนที่คอยเชียร์ให้ฉันเขียนพอคเก็ตบุ้คเกี่ยวกับญี่ปุ่นดู และด้วยความบ้ายอฉันก็เลยพยายามจะเขียนดูบ้าง แต่คุณเอ๋ย การลองเขียนความทรงจำของตัวเองเป็นเรื่องขนาดยาว มันไม่ต่างกับการค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าตัวเองทีละชิ้น ให้คนอื่นเห็นจนล่อนจ้อน ถ้าคุณไม่จริงใจพอจะเล่าเรื่องเหล่านี้ มันจะไม่สนุก มันจะไม่จริง มันจะไม่ได้เลยยย

นี่จึงยิ่งทำให้ฉันประทับใจ Sakura, sayonara ของพี่ติ๊กต่อกมาก มันไม่ใช่เรื่องแต่งที่นำไปสู่จุดพีคแบบพล๊อตนิยาย แต่มันซื่อตรงต่อผู้อ่าน ซึ่งหมายความว่าพี่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองจึงนำไปสู่บทสรุปที่ละมุนละไมเช่นนี้ พี่ติ๊กต่อกพาผู้อ่านท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทว่าไม่ใช่ด้วยสายตาของนักท่องเที่ยว นักช๊อป นักชิมลิ้นทอง หรือแบคแพคเกอร์สายประหยัด แต่ด้วยแว่นตาของนักศึกษารัฐศาสตร์สาขานโยบายสาธารณะ ด้วยความมองโลกในแง่ดี พร้อมๆ กับพาท่องไปในความทรงจำในส่วนที่รโหฐานที่สุดเพื่อหาคำตอบปัญหาหัวใจที่ยังค้างคา

การบรรยายเหตุการณ์เหล่านี้ใต้กลีบซากุระจึงเหมาะสมเป็นที่สุด ดอกไม้บอบบางแย้มยิ้มอยู่ชั่วครู่ก่อนจะร่วงโรย เช่นเดียวกับผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ทุกอย่างล้วนมีช่วงเวลาของมันเอง อย่างที่พี่บอกจริงๆ

ปล1. มีรูปที่เราถ่ายอยู่ในหนังสือพี่ติ๊กต่อกด้วยยยยย

[เขียนถึงซากุระ] โดยคนอ่าน 1

#เขียนถึงซากุระ

จาก Way to Read – https://waymagazine.org/waytoread07/
ขอบคุณค่ะ

อ่านแล้วชวนแท็ก #ซากุระซาโยนาระ#SakuraSayonara

/////

Sakura, Sayonara

#Tiktok
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์: อ่าน

การพบเจอของคนสองคนบนพื้นที่ตรงกลาง บรรยากาศขมุกขมัว ละอองความรู้สึกของใครบางคนลอยปะปนไม่ชัดเจน เป็นคนแปลกหน้าในสถานแปลกปลอมบนดินแดนแปลกถิ่น การเดินทางบางครั้งอิสรภาพก็มีน้ำหนักมากกว่ากระเป๋าเดินทาง ทำ ให้ ทุก อย่าง เชื่อง ช้า

Tiktok ผู้เขียนเดินทางจากไทยไปเรียนต่อที่โตเกียวญี่ปุ่น สวนทางกับ แดน ชายหนุ่มอังกษที่เสร็จสิ้นภารกิจฝึกงาน และกำลังเดินทางกลับประเทศ ก่อนการพบกันครั้งใหม่ที่นางาซากิก่อนข้ามไปยังเมืองอื่นๆ เกาะฮาจิมะ เนื้อเรื่องของ Sakura, Sayonara บรรยายบรรยากาศระหว่างทางไว้ชนิดที่ชวนให้ท่องเที่ยวตามรอยทีเดียว

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน แม้ในตัวเล่มจะย่นย่อเวลานับปีเหลือเพียงกระชับ ทว่ามันดำเนินไปอย่างยาวนาน ซึ่งคิดว่าคงตรงตามเจตนาผู้เขียน ความรู้สึกดีๆ มักเกิดในเวลาสั้นๆ ดังนั้นเราควรบรรจุไว้ในสถานที่ที่เวลาเดินช้ากว่าปกติ บรรทัดและวรรคตอนในหนังสือจึงค่อยๆ เผยสิ่งที่ผู้เขียนคิดช้าๆ

หรืออาจจะเหมือนนิยาย นิยายที่พรรณนาความรู้สึกอารมณ์ในห้วงที่พูดภาษาปากห้วนๆ ได้ว่า “นี่ฉันรักเขาหรือเปล่านะ” และสำหรับคนอ่าน เหมือนที่บอกว่ามันมีความคลุมเครือขมุกขมัว “สองคนนี้ (ติ๊กต่อกกับแดน) จะจบแบบไหน”

ถ้าจะอ่านเพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงจัง จะว่าอย่างนี้ก็คงไม่ถูกนัก Sakura, Sayonara จัดทำโดยผู้เขียน เป็นเรื่องราวและผู้คนที่ผู้เขียนพานพบในญี่ปุ่น โดยใช้ซากุระเป็นแกนเรื่อง ซึ่ง อีกนั่นแหละ ไม่ใช่คู่มือชมดอกซากุระ พูดตามตรงในมุมคนอ่าน หนังสือเล่มนี้เหมือนวรรณกรรมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ประดิดประดอย ด้วยเป็นประสบการตรง แต่ละบรรทัดจึงมีชีวิตให้ผู้อ่านจับต้องได้อย่างเป็นมิตร

แล้วหนังสือเล่มนี้ควรอ่านตอนไหน ขอให้ลองเปิดบทแรกๆ อ่าน ข้อดีประการหนึ่งคือสามารถโอบล้อมและดึงผู้อ่านให้เข้าสู่โลกในกระดาษได้อย่างไม่ขัดเขิน หรือถ้าคุณสัมผัสลมอุ่นที่พัดแทรกอากาศเย็นๆ ในฤดูหนาวเมื่อไหร่ ก็ควรอ่านตอนนั้น

 

 

Screen Shot 2561-01-06 at 17.46.41.png

แจ้งพิกัด “ซากุระ, ซาโยนาระ”

IMG_20171207_151814

“ซากุระ,​ ซาโยนาระ” โดย Tiktok

“หลังจากเบ่งบานและร่วงโรย, ทุกปี ซากุระจะกลับมาใหม่เสมอ ผู้คนในชีวิตก็เช่นกัน”

หนังสือรัก ที่ไม่มีคำว่า “รัก”

ว่าด้วยความทรงจำที่ยังคงผลิบาน ย้อนรอยการเดินทางสู่คิวชู คันไซ และโตเกียว

สำหรับใครที่ตามหาหนังสืออยู่ ค้นหากันได้ที่พิกัดเหล่านี้

 

 

 

1.ร้านหนังสือก็องดิด The Jam Factory ตรงคลองสาน

โทร : 02-861-0967

เว็บไซต์ : http://www.candidebooks.com/product/ซากุระ-ซาโยนาระ/

พิกัด : https://goo.gl/maps/P8NuvzmAfrj

 

 

2.ร้าน Bookmoby
ชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

โทร: 086-374-3464

เว็บไซต์ : www.facebook.com/bookmoby

พิกัด : https://goo.gl/maps/bjAfRWrEumA2

 

 

3.แกลลอรี่ กาแฟดริป Gallery Drip Coffee
ชั้น 1 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

โทร: 081-917-2131

เว็บไซต์ : www.facebook.com/GalleryDripCoffee

พิกัด : https://goo.gl/maps/zajkQTot9pC2

 

 

 

4. Ease Cafe & CoWorking space (อารีย์)

โทร: 092-828-5424

เว็บไซต์ : www.facebook.com/Easebkk/

พิกัด : https://goo.gl/maps/KDewXGdoQPx

 

 

5. 10 ml. Cafe Gallery 
ซอยวิภาวดี 16/6

โทร: 089-465-6915

เว็บไซต์: www.facebook.com/10mlcafegallery/

พิกัด : https://goo.gl/maps/Sv1CuQWr3CM2

 

 

 

6.ร้านหนังสือออนไลน์ Readery

เว็บไซต์ : http://readery.co/9786164451148

 

 

IMG_20171207_150455.jpg

 

 

 

 

ขอบคุณมากค่ะ

 

ถึงคุณ…ถ้าเราเคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิต

 

IMG_20171207_150455.jpg

สวัสดีค่ะ

ฉันตั้งใจเขียนอีเมลนี้หาคนที่ฉันมี contact ไว้ จุดมุ่งหมายเพื่อแจ้งข่าวว่า หลังจากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นมา 2 ปี ฉันได้รวบรวมประสบการณ์นั้น เขียนหนังสือออกมา 1 เล่ม

ต้นฉบับร่างแรกสุดของหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นที่กรุงโตเกียว ก่อนที่จะถูกขัดเกลาจนออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ตอนที่เริ่มต้นเขียนนั้น เป็นช่วงกึ่งกลางของธีสิสปริญญาโทพอดี ที่ฉันเจียดเวลาในช่วงธีสิสมาเขียนหนังสือเล่มนี้ เพราะอยากบันทึกความทรงจำถึงเพื่อนคนหนึ่งไว้ และฉันคิดว่า ถ้าฉันไม่เริ่มต้นเขียนในตอนนั้น ความทรงจำบางอย่างอาจหล่นหาย … และฉันอาจไม่ได้เขียนถึงมันอีกเลย

นั่นคือจุดเริ่มต้นแรกสุด ที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้น

 

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “ซากุระ, ซาโยนาระ” เป็นหนังสือที่ฉันใช้เงินทุนส่วนตัวจัดพิมพ์ขึ้นมาเองค่ะ โดยไม่ได้ผ่านสำนักพิมพ์ใดๆ

สำหรับชื่อหนังสือนั้น ถ้านับตามไวยากรณ์แบบญี่ปุ่นแล้ว การตั้งชื่อแบบนี้ถือว่าผิดหลักภาษาอย่างยิ่ง แต่หลังจากพูดคุยกับหลายผู้คน ฉันตัดสินใจใช้ชื่อนี้ เพราะคิดว่ามันสะท้อนเนื้อหาในหนังสือได้เป็นอย่างดี ฉันชอบความเบ่งบานของซากุระ ขณะเดียวกัน การร่วงโรยของมัน ก็ทำให้ฉันตระหนักถึงอะไรบางอย่าง

คุณเคยเห็นซากุระไหมคะ

เมื่อคิดถึงซากุระ ความทรงจำไหนบ้างที่โผล่มาทักทายคุณ
สำหรับฉัน ทุกครั้งที่นึกถึงซากุระ ความทรงจำถึงเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะโผล่ขึ้นมาเสมอ

ความทรงจำถึงผู้คน ที่เราพานพบและลาจากในชีวิต

ฉันคิดถึงสิ่งเหล่านั้น

 

 

ถ้าเราเคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิต และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วสนใจอยากรู้จักหนังสือเล่มนี้มากขึ้น ฉันอยากขอร้องคุณดังนี้

1)ถ้าคุณกำลังมองหาของขวัญปีใหม่ ไม่ว่าให้ตัวเอง หรือให้ผู้คนในชีวิต แล้วคุณมีงบประมาณอยู่ราวๆ 345 บาท ฉันอยากลองให้คุณพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู

2)ถ้าคุณกำลังวางแผนจะไปดูซากุระบานที่ญี่ปุ่น ในช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายน ปี 2561 ฉันอยากให้คุณลองพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู … แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า มันไม่ใช่หนังสือไกด์บุ๊ค แต่ฉันเชื่อว่า มันจะทำให้คุณเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบของซากุระมากขึ้น อีกสักนิด

3)ถ้าคุณรู้จักใครที่สนใจญี่ปุ่น กำลังวางแผนจะไปดูซากุระบาน หรือแม้กระทั่งอยากหาหนังสือสักเล่ม เพื่อส่งมอบให้ใครสักคนเป็นของขวัญ ฉันอยากให้คุณลองพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู

4)ถ้าคุณไม่อยู่ในสามกลุ่มข้างต้นเลย ไม่เป็นไรค่ะ แต่หากคุณพอมีเวลา ฉันอยากรบกวนช่วยแชร์ข่าวหนังสือเล่มนี้ในพื้นที่โซเชียลมีเดียของคุณได้ไหม

 

และสำหรับคนที่สนใจอยากพลิกอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งอยากสั่งซื้อ นี่คือรายละเอียด

ชื่อหนังสือ : ซากุระ, ซาโยนาระ
ราคา :  275 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง สั่ง 3 เล่มขึ้นไป ฟรีค่าจัดส่งภายในประเทศ)
จำนวนหน้า : 325 หน้า
พิมพ์ครั้งที่ 2: ธันวาคม 2560 
เขียนโดย : Tiktok

สำหรับคนที่ต้องการอ่านตัวอย่าง เพื่อทำความรู้จัก (ตัวหนังสือ)​ กันก่อน ดูได้ที่

  • อ่านตัวอย่างของหนังสือได้ที่ (issuu) – https://goo.gl/25R4Zv
  • หรือจะดาวน์โหลดตัวอย่างบางส่วนแบบ PDF ไฟล์ – https://goo.gl/pLMTxv

 

 

ช่องทางการจำหน่าย

คุณสามารถซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” แบบตัวเล่ม ได้  3 ช่องทาง

1)สั่งซื้อโดยตรงกับผู้เขียน ซึ่งก็คือฉันเอง โดยส่งอีเมลเข้ามาที่ tiktokthailand@gmail.com โดยระบุจำนวนเล่มที่สนใจสั่งซื้อ ทั้งนี้มีค่าขนส่งเพิ่มเติม 70 บาท แต่หากซื้อ 3 เล่มขึ้นไป จัดส่งฟรี (ในประเทศ)

ถ้าจะสั่งซื้อ 1 เล่ม สามารถโอนเงิน 345.- บาท เป็นราคารวมค่าจัดส่งแล้ว ไปที่บัญชี
หัทยา ภูดี

ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 155-214407-1
ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 691-0-21092-1
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 152-438157-9
Promptpay หมายเลขโทร. 0649691456 (หัทยา ภูดี)

จากนั้นเข้าลิงก์นี้   https://goo.gl/HzVaoS เพื่อกรอกชื่อ-ที่อยู่ รายละเอียดการจัดส่ง

และรอรับหนังสือภายใน 5-10 วัน

 

2)หลายคนอาจจะเขิน ลำบากใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ เวลาต้องสั่งซื้อโดยตรงกับผู้เขียน แต่ก็อยากสั่ง เรามีทางเลือกให้ค่ะ คุณสามารถสั่งซื้อได้ทางร้านหนังสือออนไลน์ชื่อ Readery (http://readery.co) เป็นร้านที่น่ารักมาก สโลแกนคือ Reading is Sexy  วิธีชำระเงินก็มีให้เลือกหลายทาง ลองดูนะคะ

3)สำหรับคนที่ชอบไปร้านหนังสือ อยากหยิบจับพลิกดูก่อน อยากลองเปิดดูว่าจะชอบไหม อยากพิจารณาใคร่ครวญก่อนสักนิด … แล้วค่อยซื้อ

คุณสามารถซื้อหาได้ที่ร้านหนังสืออิสระใน กทม. โดยตอนนี้ มีวางขายแล้วตามรายชื่อในลิงก์นี้
https://goo.gl/nLPXyD

  • ร้านก็องดิด (Candide) The Jam Factory
  • ร้าน Bookmoby ชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
    ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
  • แกลลอรี่ กาแฟดริป Gallery Drip Coffee
    ชั้น 1 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
    ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
  • Ease Cafe & CoWorking space (อารีย์)
  • 10 ml. Cafe Gallery 
    ซอยวิภาวดี 16/6

 

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ฉันขอขอบคุณมากๆ ค่ะ

และไม่ว่าคุณจะสนใจหนังสือหรือไม่ก็ตาม ฉันอยากฝากแชร์ลิงก์นี้หน่อยนะคะ หากไม่รบกวนมากเกินไป

Link – https://deartiktok.wordpress.com/2017/11/19/ถึงคุณถ้าเราเคยรู้จัก/

 

 

 

บทหนึ่งในหนังสือเขียนไว้ว่า

“ผู้คนที่เราพบ เปลี่ยนแปลงเราไม่มากก็น้อย”

ในจังหวะหนึ่งของชีวิต ฉันดีใจที่เราได้พบกันค่ะ

 

 

Tiktok

ก่อนปีเฮย์เซย์ 29 จะผ่านพ้น

 

sakura-cv-spread-01

 

หมายเหตุ: หากคุณเป็น Press และต้องการไฟล์ภาพเพื่อนำไปบอกเล่าต่อ สามารถดาวน์โหลดภาพและตัวอย่างบางส่วนของหนังสือได้จากลิงก์นี้ค่ะ – https://goo.gl/b1S5r7

หรือสอบถาม tiktokthailand@gmail.com