Book Cover

last update: 23.07.2017

 

 

Dear Tiktok,

เช้านี้ตอนลืมตาตื่น เธอตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะทำอะไรนะ
อ้อ… เธอเพิ่งเคาะปกหนังสือเสร็จ แล้วเธอก็อยากอวดโฉมปกให้คนอื่นได้เห็น
แต่ว่าเธอยังไม่ได้ทำ … ทำไมนะ

คงเพราะเมื่อเช้าฝนตกหนัก
เธอนอนฟังเสียงสายฝนพรำ พลางจินตนาการถึงเสื้อผ้าที่เปียกปอนในสายฝน เสื้อผ้าที่เธอเพิ่งซักไปเมื่อวาน และมันถูกแขวนอยู่ใต้ถุนบ้าน … บริเวณใต้ถุนที่ฝนสาดถึง
รองเท้าวิ่งสีชมพูยี่ห้อไนกี้ที่วางอยู่ริมประตูของเธอก็เปียกปอน นั่นเป็นข้ออ้างให้เธอไม่ต้องลุกไปวิ่งในตอนเช้า, หรือเธอยังอ้างได้แม้กระทั่ง ไม่ต้องไปฝึกเล่นสเกตบอร์ดกับเหล่าแก๊งค์สเกต
เธอนอนฟังเสียงสายฝน, สายแล้วนะ,​ อยู่ๆ เธอก็อยากกินกาแฟ
แต่ร้านกาแฟที่เธอชอบไปนั่งขลุก (และใช้ฟรีไวไฟ) ยังไม่เปิด เธอเลยต้องจำยอมขับรถออกไปเซเว่น เพื่อจะซื้อกาแฟซองมาชงกิน
สายฝนหล่นเปาะแปะตอนเธอเปิดประตูออกจากบ้าน เธอกำลังคิดจะหยิบร่ม แต่เสื้อฮู้ดยี่ห้อ H&M ที่แขวนอยู่ริมประตู-ใกล้มือกว่า เธอก็เลยหยิบมันติดตัวมา คลับคล้ายคลับคลาว่าเธอมีภาพจำจากที่ไหนสักแห่ง ว่าถ้าฝนตกไม่หนักหนามาก แค่ใช้ฮู้ดคลุม ก็กันสายฝนได้แล้ว
เธอจำมันมาจากไหนนะ?​
ใช่ภาพจำจากมาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ในสื่อต่างๆ หรือเปล่า?ไม่ใช่สิ,​ เธอถกเถียงกับตัวเอง
เธอสตาร์ตรถ เสียงเครื่องยนต์ของรถฮอนด้าไม่ได้ไพเราะเพราะพริ้ง แถมรถคันนี้ยังไม่มีเพลงที่ชวนหัวใจสลายให้เปิดฟังอีก ส่วนวิทยุนั้น-เธอก็หมุนหาคลื่นต่างจังหวัดไม่เป็น เมื่อทำอะไรไม่ได้ ระหว่างรอรถอุ่นเครื่องยนต์ให้พร้อม เธอเลยเงี่ยหูฟังเสียงฝนแทน
“ความรักชัดเจนเสมอ” อยู่ๆ ประโยคนี้ก็แล่นผ่านมาในความทรงจำของเธอ
เธอเพิ่งเห็นมันในโพสอินสตาแกรมของเพื่อนมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง เป็นภาพดอกไม้สีสดใส และมีแคปชั่นสั้นๆ ง่ายๆ นี้แปะไว้

“ความรักชัดเจนเสมอ”
รถฮอนด้าอุ่นเครื่องพร้อมแล้ว เธอค่อยๆ พารถเคลื่อนตัวออกไป เธอไม่แน่ใจว่าความรักมันชัดเจนเสมอไหม แต่หยดน้ำฝนที่กระทบรถ ทำให้วิสัยทัศน์ทุกอย่างดูพร่ามัว
เมื่อมองเห็นไม่ชัด เธอก็ต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนไปด้วย เธอค่อยๆ ขับรถไป ใจนึงนึกอยากเปิดเพลงสักเพลงฟัง แต่บนรถเธอไม่มีแม้กระทั่งเพลงสักเพลงนี่สิ
ก่อนที่เธอจะทันตัดสินใจทำการใดๆ ต่อ รถก็แล่นมาถึงหน้าร้านเซเว่นอิเลฟเว่นเสียแล้ว
เธอจอดรถ,​ ฝนยังโปรยปราย, ที่หน้าเซเว่นมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ เหมือนเขาจะกลัวสายฝน จึงยืนรีๆ รอๆ เก้ๆ กังๆ อยู่หน้าเซเว่นแห่งนั้น
“Some people feel the rain, others just get wet.” บ็อบ มาร์เล่ย์​ กล่าวไว้
เธอรู้จักประโยคนี้เมื่อสี่ปีก่อน มีใครสักคนเขียนประโยคนี้มาให้เธอในบ่ายวันหนึ่งที่เธอเตือนเขาว่า “ฝนกำลังจะตกนะ อย่าไปไหนไกลเลย”
ละอองฝนยังคงหล่นลงมา เธอสวมเสื้อคลุมของ H&M ที่ได้มาตอนลดราคา ศีรษะของเธอมีฮู้ดคลุมอยู่, เธอไม่อยากเปียกปอน และเธอเกลียดการเป็นหวัด
ชั่วจังหวะของการเปิดประตูรถ, แล้วเธอก็จดจำได้, เธอมีภาพจำเกี่ยวกับฮู้ดดี้และสายฝนจากเมืองนางาซากินั่นเอง ภาพที่เธอกำลังเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ปรมาณูแห่งเมืองนางาซากิ สายฝน และใครบางคนที่ปฏิเสธการซื้อร่มในร้านลอว์สัน เริ่มวนเวียนกลับมา,​ อยู่ๆ เธอก็จำได้ชัดเจน, มันเกิดขึ้นตอนนั้นเอง ภาพจำภาพนั้น

 

เธอไม่แน่ใจว่า “ความรักชัดเจนเสมอ” อย่างที่เพื่อนเธอกล่าวไว้ในอินสตาแกรมไหม บ่อยครั้งที่อะไรหลายอย่างในชีวิตของเธอก็ดูพร่ามัว บางความทรงจำหล่นหายเมื่อวันเวลาผ่านไป เธอไม่ได้จดจำทุกคน และเธอไม่มีวันทำอย่างนั้นได้

แต่เพื่อกันความทรงจำจะหล่นหายไปในวังวนของกาลเวลาอีก

เธอเลยเลือกบันทึกถึงมันไว้

 

ไม่ว่าความรักจะชัดเจนเสมอหรือไม่
แต่ความทรงจำบางอย่าง,​ ถึงจะพร่ามัวบ้าง, แต่มันจะอยู่กับเธอตลอดไป

เธอค่อนข้างมั่นใจ, และในจังหวะที่หยาดฝนหล่นกระทบฮู้ดดี้ที่เธอคลุมศีรษะไว้,

เธอยิ่งมั่นใจ,

ความทรงจำบางอย่าง ถึงจะพร่ามัวไปบ้าง – แต่มันจะยังคงอยู่กับเธอตลอดไป

“ไม่ต้องชัดเจนมากก็ได้”

 

เธอคิดในใจ –  ตอนที่วิ่งฝ่าสายฝนออกไปเพื่อเข้าไปยังเซเว่นอิเลฟเว่นสาขานั้น

 

 

 

 

////////////////

บางส่วนจากหนังสือ

 

แล้วฝนก็พรำสายในตอนที่เราเดินออกจากพิพิธภัณฑ์
ตามพยากรณ์อากาศแล้วฝนจะเริ่มตกตั้งแต่วันนี้และลากยาวติดต่อกันไปอีกหลายวัน สัปดาห์นี้คือสัปดาห์แห่งฟูลบลูม ดอกซากุระจะเบ่งบานสวยสดที่สุดช่วงนี้แหละ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สายฝนหล่นโปรยลงมา แทนที่ฟ้าสีครามและแดดจัดจ้าจะมาเยี่ยมเยือน

 

แต่เราไม่มีสิทธิควบคุมสายฝนอยู่ดี
ฉันถือร่มพับสีชมพูติดมือมาคันหนึ่ง แต่เรามีกันสามคนยังไงร่มก็ไม่พออยู่ดี ฉันเลยเสนอให้เอริกับแดนซื้อร่มที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ตรงทางขึ้นเนิน เอริได้ร่มใสมาหนึ่งคัน แต่แดนบอกว่าไม่เป็นไร เขาชินกับฝนปรอยแบบนี้มาทั้งชีวิตแล้ว “แค่ยกหมวกฮู้ดมาใส่ก็สบายปร๋อแล้วล่ะ” เขาหมายถึงหมวกฮู้ดจากเสื้อคลุมที่เขาสวมอยู่นั่นเอง

บทที่ 13: จุดศูนย์กลางการระเบิด สวนสันติภาพ และความบอบบางที่ไม่คงทน


หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” โดย Tiktok  

 

ดูรายละเอียดการสั่งซื้อหนังสือได้ที่ : https://goo.gl/9t5753

หรือสอบถามทางอีเมล tiktokthailand@gmail.com (ตอบอีเมลเร็วมากค่ะ)

Advertisements

Pre-Order: หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ”

 

Pre-Order Closed
last update: 23.07.2017

แต่ยังออเดอร์แบบปกติได้ที่ tiktokthailand@gmail.com 
(รายละเอียดเพิ่มเติม https://goo.gl/9t5753 )

 

 

////
Posted on May 2017

(1) เปิดพรีออเดอร์หนังสือค่ะ 😀

เป็นหนังสือที่คนที่ได้อ่านก่อนหลายคนบอกว่าเหมือน “นิยาย” แต่สำหรับเรา มันคือบทบันทึกถึงเพื่อนคนหนึ่ง คนที่เราได้เจอตอนที่อยู่ญี่ปุ่น

ชื่อเรื่องคือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” … ถามว่าเกี่ยวกันได้ยังไง คงต้องไปอ่านเอาเองในเล่ม

สำหรับคนที่อยากอ่านบางส่วนก่อน สามารถอ่านได้ที่ – https://goo.gl/25R4Zv

 

 

 

 

 

(2) รายละเอียดหนังสือและราคา

  • ชื่อหนังสือ: ซากุระ, ซาโยนาระ / เขียนโดย Tiktok
  • ราคาปก 275 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่งภายในประเทศ ค่าส่ง 50 บาท)
  • สำหรับผู้ที่สั่งจองและชำระเงินระหว่าง 1 พฤษภาคม – 31 พฤษภาคม 2560 : ราคา 250 บาท จัดส่งฟรี (เฉพาะการจัดส่งภายในประเทศเท่านั้น)
  • หนังสือหนาประมาณ 330 หน้า
  • กำหนดจัดส่งหนังสือ: ปลายเดือนสิงหาคม 2560

 

(3) ขั้นตอนการสั่งจอง/ซื้อและการชำระเงิน

  • แจ้งจำนวนเล่มที่สนใจ พร้อมชื่อ ที่อยู่ และ เบอร์ติดต่อ ที่
    อีเมล​: tiktokthailand@gmail.com

    facebook page: deartiktok (กรุณาเข้าไปที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ แล้วกดส่งกล่องข้อความ)

    หรือ LINE ID: tiktokthailand2

  • จากนั้นรอการตอบกลับ โดยอย่าเพิ่งทำการโอนเงินจนกว่าจะได้รับการตอบกลับ ทั้งนี้ทีมงานจะระบุยอดที่ต้องชำระ และแจ้งหมายเลขบัญชีสำหรับการโอนให้ท่านทราบ
  • เมื่อได้รับการตอบกลับ กรุณาชำระเงินภายใน 14 วัน จากนั้นถ่ายรูปสลิปการโอน หรือสลิปจากอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง ส่งเข้าที่ช่องทางที่แจ้งไว้ด้านบน (อีเมล,​ facebook page, LINE)
  •  รอรับหนังสือ … และขอบคุณที่สนใจหนังสือของทางทีมงาน ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ 🙂

 

 

FB_IMG_1494696619742

“ซากุระ, ซาโยนาระ  桜、さようなら “

บันทึกถึง คิวชู คันไซ และโตเกียว

เรื่องราวการเดินทาง และจังหวะโชคชะตาของคนสองคน ที่มีซากุระเป็นฉากหลัง

 

ที่เกาะคิวชู เมื่อได้เผชิญหน้ากับซากุระกลุ่มใหญ่ที่ยืนล้อลมฝนตรงหน้าพิพิธภัณฑ์ปรมาณู เมืองนางาซากิ เป็นครั้งแรกที่ฉันตระหนักว่า ดอกบอบบางนั้นบานก่อนใบสีเขียว

และเราห้ามการโรยร่วงของดอกไม้ไม่ได้

และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทุกอย่างมีช่วงเวลาของมัน

ผู้คนในชีวิตก็เช่นกัน”

 

 

 

 

IMG_4691 copy

 

คำตาม โดย อุรุดา โควินท์


ซากุระซึ่งฉันไม่ได้เห็น

ฉันมีความคลั่งไคลญี่ปุ่นอย่างพอเหมาะ หมายถึง-มันทำให้ใจเต้นตึกตัก แต่ไม่มากกระทั่งฉันต้องทุ่มเท ทั้งอาหาร สไตล์ เจร็อก วรรณกรรม และแน่นอน ผู้ชายญี่ปุ่น

จริงๆ แล้วมันดูไม่เท่นัก ถ้าคุณพูดแบบนั้น

แต่…ค่ะ ฉันไม่เท่ก็ได้

ฉันชอบผู้ชายญี่ปุ่น

ชอบทั้งๆ ที่ไม่เคยคบหากับชาวญี่ปุ่นเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ฉันชอบทั้งที่ฉันไม่เคยไปญี่ปุ่นแม้เพียงครั้ง ทั้งยังไม่มีแผนจะเดินทาง จริงอยู่ ไปญี่ปุ่นตอนนี้ไม่ยาก ใครๆ ก็ไปเที่ยว อย่างกับไปเชียงใหม่ ไปภูเก็ต ในหน้าเฟซบุ๊กของฉัน มีรูปเพื่อนๆ จากญี่ปุ่นเยอะมาก จนบางทีฉันก็คิด (เข้าข้างตัวเอง)  ไม่ต้องไปแล้ว (ดูรูปเอา)

มันเป็นวิธีคิดแบบเข้าข้างตัวเอง พยายามหาสิ่งดีในข้อจำกัด สถานภาพเศรษฐกิจของฉันอยู่ในระดับต่ำเกินกว่าจะเดินทางไกล แน่นอน-การเดินทางนั้นดี ดีมากๆ มีความดีงามประมาณหนึ่งร้อยเล่มเกวียน แต่ก่อนอื่นใดทั้งหมด เราต้องมีเงิน

เงินหนึ่งหมื่นบาทเที่ยวญี่ปุ่นได้มั้ยนะ

นั่นไม่สำคัญเท่ากับ หนึ่งหมื่นบาท (หากมีเหลือ) ฉันควรเอาไปซ่อมรถรุ่นคุณปู่  หรือทำสิ่งอื่นใดก็ตามซึ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวันดีกว่ามั้ย ย่อมดีกว่าสิ ฉันจะไม่เดินทางไปต่างประเทศจนกว่าจะมีเงินเหลือมากกว่านี้

ประสบการณ์ใหม่ทำให้โลกภายในงอกงาม ทำให้อิ่มเอม หาญกล้า ทำให้เราได้ลองที่จะเป็นคนอื่น ฉันรู้-จึงไม่ปล่อยโอกาสลอยผ่าน

ค่ะ หากประสบการณ์นั้นอยู่ในงบประมาณที่ฉันจ่ายได้

ในแง่มุมหนึ่ง เราสามารถรับประสบการณ์ แม้ไม่ต้องเดินทาง (เสียเงิน) ใช่! เป็นประสบการณ์ชั้นสอง แต่ก็ทำให้เราได้เห็น รู้จัก และเข้าใกล้-อีกนิด

ฉันรู้ว่าซากุระงาม แม้ไม่เคยเห็น

 

ฉันไม่เคยพบติ๊กต่อก-ผู้เขียนบันทึกการเดินทางในญี่ปุ่น-เป็นการส่วนตัว อืม…เดี๋ยวก่อน ฉันควรเรียกงานชิ้นนี้ว่าอะไรดี มันอาจเป็นสารคดี เป็นนิยายขนาดสั้น…อาจเป็นได้ แต่ช่างคำเรียกเถอะ ที่ฉันแน่ใจก็คือฉันสามารถกอดเธอแน่นๆ อย่างสนิทใจ

ฉันชอบความซื่อตรง (ในงานเขียน) ของเธอ ฉันชอบความกระชับ รัดกุม จังหวะ และทัศนคติของเธอ เธอมีสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมันเชื่อมโยงกับฉัน และฉันเห็นมันก่อนที่จะได้อ่านงานชิ้นนี้เสียอีก จากสเตตัส และบทความของเธอ ในหน้าเฟซบุ๊ก

ค่ะ เราไม่เคยพบหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รู้จักกัน

บ่อยครั้ง งานเขียนก็เปิดเผยตัวตนของผู้เขียนมากกว่าการได้พูดคุยได้สบตา

ให้เธอได้พาคุณไปญี่ปุ่นเถอะค่ะ-โดยหนังสือเล่มนี้ ต่อให้คุณเคยไปมาแล้ว ทั้งนางาซากิ ฟุกุโอกะ โอซาก้า เกียวโต

เราจะเดินเข้าไปในความทรงจำของเธอ รู้จักผู้คนที่เธอพบ วางเท้าในญี่ปุ่นด้วยสายตาของเธอ

คุณจะเข้าใกล้ความงามอันสมบูรณ์ของซากุระมากขึ้น, อย่างน้อยที่สุด และแม้ว่าคุณไม่มีโอกาสเห็นก็ตาม