[เขียนถึงซากุระ] ความงดงามของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก

#เขียนถึงซากุระจากคนอ่าน

พี่ติ๊กต่อก~

จะมาบอกว่า เพิ่งอ่าน Sakura Sayonara จบค่ะ

เคยมีรุ่นพี่คนนึงในวงการหนังสือเคยบอกว่า “การเขียนแบบเรียบง่ายที่สุด แต่สื่อสารได้ครบที่สุด เป็นการเขียนที่ยากที่สุด” และนั่นคือสิ่งที่รู้สึกกับตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในบล็อก สเตตัส หรือหนังสือเล่มนี้ก็ตาม ทุกครั้งเลยที่ตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อกมักจริงใจ ซื่อตรงกับตัวเองมาก และไม่ต้องการพึ่งพาความซับซ้อนใดๆ ทั้งนั้น คิดว่าตัวเองคงไม่กล้า ‘โป๊’ ความรู้สึกได้เหมือนพี่ติ๊กต่อกแน่ๆ

ในขณะเดียวกัน ระหว่างเดินทางตามรอยย้อนความทรงจำไปกับตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อก ก็เห็นเงาของตัวเองในเรื่องพี่ติ๊กต่อกกับเรื่องของเอริด้วย เมื่อหลายเดือนก่อน ก็เพิ่งบ้าระห่ำวิ่งตามความรู้สึกตัวเอง ไปพบใครคนนึงที่ติดต่อกันมานานร่วมปีเหมือนกัน เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าความสัมพันธ์นี้จะไปต่อทางไหน เป็นการเดินทางที่ได้คำตอบ แต่จนทุกวันนี้ก็ยังไม่กล้าย้ำคำตอบนั้นกับตัวเองอย่างเด็ดขาดเลยค่ะ

ถึงยังงั้น เรื่องของพี่ติ๊กต่อกกับแดน หรือเรื่องของเอริกับสาวที่บราซิลก็เหมือนส่งสารมาให้กลายๆ ว่า บางทีชีวิตก็อนุญาตให้เรารู้จักคนนี้ในรูปแบบนี้ ในช่วงเวลานี้ ได้สานสัมพันธ์กันแบบนี้ ถึงตอนนี้จะยังอยู่ในช่วงสะอึกสะอื้นอยู่ แต่หวังว่าวันนึงจะมองย้อนกลับมา แล้วเห็นแง่มุมงดงามของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้ได้ค่ะ

ขอบคุณที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมานะคะ

จากคนอ่านคนหนึ่ง

 

t1

Advertisements

[เขียนถึงซากุระ] หนังสือส่งท้ายปี โดย โอแอลจัง

20229551_10154947777943235_3467686642730595446_o

 

#เขียนถึงซากุระ

โดย โอแอลจัง (OL = Office Lady คำเรียกพนักงานหญิงของญี่ปุ่น)
และเป็นเจ้าของภาพนี้ในหนังสือค่ะ

ขอบคุณที่เขียนถึงกันค่ะ

 

 

++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

หนังสือส่งท้ายปี 2017

พี่ติ๊กต่อกผู้เขียนเป็นเพื่อนพี่ปอมหนึ่งในกองบรรณาธิการที่เวย์ เราเจอกันครั้งแรกที่อุเอะโนะในร้านอิซากายะ ฤดูร้อนนั้น ฉันมาฝึกงานในลอว์เฟิร์มที่โตเกียว ถ้าจำไม่ผิด ค่ำคืนนั้นน่าจะเป็นคืนแรกของพี่ติ๊กต่อกในญี่ปุ่น

เจอกันครั้งแรก พี่ติ๊กต่อกก็คุยเรื่องคอนเสิร์ตดงบังชิงกิที่กำลังจะมาถึงอย่างออกรสกับพี่กิ๊ฟซึ่งเป็นสายเกาหลีเหมือนกัน พี่ปอมบอกว่าพี่ติ๊กต่อกทำงานสายนิตยสารมาก่อน พี่ติ๊กต๊อกในความทรงจำแรกของฉันคือพี่อดีตกอง บ.ก. ผู้ชื่นชอบดงบังชิงกิ

และคือเวลาก่อนเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะเริ่มขึ้น

พี่ติ๊กต่อกเป็นคนชอบบันทึก พี่เขียนโพสต์ในเฟซบุ๊คยาวๆ ทั้งเรื่องนักร้องเกาหลีที่พี่ชอบ บทความวิชาการ ตลอดจนเรื่องปกิณกะ เฟซบุ๊คทำให้รู้ว่าพี่ติ๊กต่อกเป็นคนช่างสังเกต แถมอธิบายได้ละเอียดลออ สงสัยเสมอว่าทำไมพี่ติ๊กต่อกถึงสรรหาถ้อยคำมาบรรยายอะไรต่อมิอะไรได้พรั่งพรูเหมือนเปิดก๊อกน้ำ กว่าเราจะเขียนได้แต่ละหน้าแม่งโคตรจะยากเย็น

ฉันคุยกับพี่ติ๊กต่อกหลังไมค์บ้าง พี่ติ๊กต่อกเป็นคนที่คอยเชียร์ให้ฉันเขียนพอคเก็ตบุ้คเกี่ยวกับญี่ปุ่นดู และด้วยความบ้ายอฉันก็เลยพยายามจะเขียนดูบ้าง แต่คุณเอ๋ย การลองเขียนความทรงจำของตัวเองเป็นเรื่องขนาดยาว มันไม่ต่างกับการค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าตัวเองทีละชิ้น ให้คนอื่นเห็นจนล่อนจ้อน ถ้าคุณไม่จริงใจพอจะเล่าเรื่องเหล่านี้ มันจะไม่สนุก มันจะไม่จริง มันจะไม่ได้เลยยย

นี่จึงยิ่งทำให้ฉันประทับใจ Sakura, sayonara ของพี่ติ๊กต่อกมาก มันไม่ใช่เรื่องแต่งที่นำไปสู่จุดพีคแบบพล๊อตนิยาย แต่มันซื่อตรงต่อผู้อ่าน ซึ่งหมายความว่าพี่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองจึงนำไปสู่บทสรุปที่ละมุนละไมเช่นนี้ พี่ติ๊กต่อกพาผู้อ่านท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทว่าไม่ใช่ด้วยสายตาของนักท่องเที่ยว นักช๊อป นักชิมลิ้นทอง หรือแบคแพคเกอร์สายประหยัด แต่ด้วยแว่นตาของนักศึกษารัฐศาสตร์สาขานโยบายสาธารณะ ด้วยความมองโลกในแง่ดี พร้อมๆ กับพาท่องไปในความทรงจำในส่วนที่รโหฐานที่สุดเพื่อหาคำตอบปัญหาหัวใจที่ยังค้างคา

การบรรยายเหตุการณ์เหล่านี้ใต้กลีบซากุระจึงเหมาะสมเป็นที่สุด ดอกไม้บอบบางแย้มยิ้มอยู่ชั่วครู่ก่อนจะร่วงโรย เช่นเดียวกับผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ทุกอย่างล้วนมีช่วงเวลาของมันเอง อย่างที่พี่บอกจริงๆ

ปล1. มีรูปที่เราถ่ายอยู่ในหนังสือพี่ติ๊กต่อกด้วยยยยย

[เขียนถึงซากุระ] โดยคนอ่าน 1

#เขียนถึงซากุระ

จาก Way to Read – https://waymagazine.org/waytoread07/
ขอบคุณค่ะ

อ่านแล้วชวนแท็ก #ซากุระซาโยนาระ#SakuraSayonara

/////

Sakura, Sayonara

#Tiktok
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์: อ่าน

การพบเจอของคนสองคนบนพื้นที่ตรงกลาง บรรยากาศขมุกขมัว ละอองความรู้สึกของใครบางคนลอยปะปนไม่ชัดเจน เป็นคนแปลกหน้าในสถานแปลกปลอมบนดินแดนแปลกถิ่น การเดินทางบางครั้งอิสรภาพก็มีน้ำหนักมากกว่ากระเป๋าเดินทาง ทำ ให้ ทุก อย่าง เชื่อง ช้า

Tiktok ผู้เขียนเดินทางจากไทยไปเรียนต่อที่โตเกียวญี่ปุ่น สวนทางกับ แดน ชายหนุ่มอังกษที่เสร็จสิ้นภารกิจฝึกงาน และกำลังเดินทางกลับประเทศ ก่อนการพบกันครั้งใหม่ที่นางาซากิก่อนข้ามไปยังเมืองอื่นๆ เกาะฮาจิมะ เนื้อเรื่องของ Sakura, Sayonara บรรยายบรรยากาศระหว่างทางไว้ชนิดที่ชวนให้ท่องเที่ยวตามรอยทีเดียว

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน แม้ในตัวเล่มจะย่นย่อเวลานับปีเหลือเพียงกระชับ ทว่ามันดำเนินไปอย่างยาวนาน ซึ่งคิดว่าคงตรงตามเจตนาผู้เขียน ความรู้สึกดีๆ มักเกิดในเวลาสั้นๆ ดังนั้นเราควรบรรจุไว้ในสถานที่ที่เวลาเดินช้ากว่าปกติ บรรทัดและวรรคตอนในหนังสือจึงค่อยๆ เผยสิ่งที่ผู้เขียนคิดช้าๆ

หรืออาจจะเหมือนนิยาย นิยายที่พรรณนาความรู้สึกอารมณ์ในห้วงที่พูดภาษาปากห้วนๆ ได้ว่า “นี่ฉันรักเขาหรือเปล่านะ” และสำหรับคนอ่าน เหมือนที่บอกว่ามันมีความคลุมเครือขมุกขมัว “สองคนนี้ (ติ๊กต่อกกับแดน) จะจบแบบไหน”

ถ้าจะอ่านเพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงจัง จะว่าอย่างนี้ก็คงไม่ถูกนัก Sakura, Sayonara จัดทำโดยผู้เขียน เป็นเรื่องราวและผู้คนที่ผู้เขียนพานพบในญี่ปุ่น โดยใช้ซากุระเป็นแกนเรื่อง ซึ่ง อีกนั่นแหละ ไม่ใช่คู่มือชมดอกซากุระ พูดตามตรงในมุมคนอ่าน หนังสือเล่มนี้เหมือนวรรณกรรมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ประดิดประดอย ด้วยเป็นประสบการตรง แต่ละบรรทัดจึงมีชีวิตให้ผู้อ่านจับต้องได้อย่างเป็นมิตร

แล้วหนังสือเล่มนี้ควรอ่านตอนไหน ขอให้ลองเปิดบทแรกๆ อ่าน ข้อดีประการหนึ่งคือสามารถโอบล้อมและดึงผู้อ่านให้เข้าสู่โลกในกระดาษได้อย่างไม่ขัดเขิน หรือถ้าคุณสัมผัสลมอุ่นที่พัดแทรกอากาศเย็นๆ ในฤดูหนาวเมื่อไหร่ ก็ควรอ่านตอนนั้น

 

 

Screen Shot 2561-01-06 at 17.46.41.png