[book] ทรงจำของทรงจำ เรื่องราวของตระกูลที่ไม่เคยถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ไทย

img_20190407_080940.jpg

 

 

แล้วถึงสำเหนียกเป็นครั้งแรกในนาทีนั้นเอง ว่าเป็นนักพนันมาตั้งแต่ยังไม่รู้จักเล่นเสียด้วยซ้ำ ชีวิตทั้งชีวิตของเขาคือการพนัน คือการเลือก ครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ้ำซาก เลือกข้าง เลือกชาติ เชื้อชาติ กองทัพที่จะรบ เลือกเพื่อนฝูงที่จะคบหา ผืนแผ่นดินที่จะอยู่ ผู้หญิงที่จะรัก ไพ่ ม้า เขาเลือกมาตลอด ก็แล้วอะไรบ้างเล่าที่ไม่ใช่การพนัน เงินตรา สงคราม อำนาจ ความรัก อุดมการณ์ ใช่แม้กระทั่งอุดมการณ์ โลกทั้งโลกต่างอย่างไรหรือกับบ่อนเบี้ย หอบหวังฝันบรรเจิด เกิดมามีชีวิตอยู่ แต่ไม่ว่าจะเดิมพันได้เสียเอาไว้สูงต่ำเพียงไหน ทุ่มเทลงไปเท่าไหร่ ท้ายที่สุดก็ล้วนแต่ตายจากไปในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวด้วยกันทั้งนั้น

หน้า 343, พุทธศักราชอัสดง กับทรงจำของทรงจำ ของแมวกุหลาบดำ

เขียนโดย วีรพร นิติประภา

ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงใน 7 โมงเช้าวันนี้เอง ฉันเพิ่งขับรถกลับถึงบ้านที่เขาวงเมื่อเย็นวาน การได้กลับมานอนกลิ้งอ่านหนังสือในห้องนอนของตัวเอง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ฉันโปรดปรานที่สุด ห้องนอนของฉันของทางทิศตะวันออก มันเปิดรับแสงแดดของฤดูร้อนเต็มที่ตั้งแต่ก่อน 6 โมงเช้าด้วยซ้ำ ทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น ฉันก็หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน จริงๆ ฉันอ่านมันค้างไว้นานแล้ว และก่อนหน้านี้ก็ไม่ยอมอ่านให้จบเสียที เหตุเพราะตอนที่อ่านค้างไว้ดันเป็นตอนเศร้าสร้อย ฉันไม่อยากรู้สึกเศร้าสร้อยมากไปกว่านี้ แค่เรื่องเลือกตั้ง เรื่องเล่ห์กล กกต. เรื่องฝุ่น PM2.5 เรื่องการจับประชาชนธรรมดาขึ้นศาลทหาร เรื่องพวกนี้ก็ชวนเศร้ามากพออยู่แล้ว ฉันไม่อยากพาตัวเองเข้าไปสู่วังวนความเศร้ามากกว่านี้

แต่หนังสือเล่มนี้มีกำหนดส่งคืนฉันยืมมันมาจากห้องสมุด TK Park … ฉันควรต้องอ่านให้จบก่อนกำหนดส่งจะมาถึง

ช่วงท้ายๆ ของหนังสือ เป็นช่วงที่ทำให้ฉันหวนคิดถึงครอบครัวของตัวเอง

ตระกูลเราคำที่แม่เคยพูดอยู่บ่อยๆ อยู่ช่วงหนึ่ง

แม่ต้องรักษาบ้านของตระกูลเอาไว้

ฉันคิดว่าหนังสือพุทธศักราชอัสดง กับทรงจำของทรงจำ ของแมวกุหลาบดำไม่ใช่แค่เรื่องเล่าของครอบครัวตาทวดตงตระกูลคนจีนที่ก่อร่างสร้างตัวในช่วงรอยต่อของประวัติศาสตร์ความเปลี่ยนแปลงของรัฐไทย

ไม่, ไม่ใช่แค่เรื่องครอบครัวของตาทวดตง

แต่มันคือเรื่องของคนตัวเล็กตัวน้อยในเมืองไทย

คือเรื่องของครอบครัวพวกเราด้วย

คือเรื่องของตระกูลเราด้วย

คือเรื่องของครอบครัว ที่ก่อร่างสร้างตัว เปลี่ยนแปลง ปวดร้าว และมีบ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสุขในบางที ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ไทย

:::

บ้านหลังที่ฉันอยู่ไม่ใช่บ้านหลังที่ฉันเกิด แต่เป็นบ้านที่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ตอนที่พ่อกับแม่เลิกกันแล้ว ช่วงเวลา 8 ขวบที่ชีวิตพลิกผัน บ้านที่เราย้ายมาอยู่เป็นบ้านของตาและยาย ฉันจำได้ว่าแม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้านขนานใหญ่ครั้งแรกตอนฉันอยู่ .ต้น แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ อีกเลย เป็นแค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ

วันนี้ที่ฉันกลับมาบ้าน, มีหลายจุดของบ้านที่ทรุดโทรมผ่านกาลเวลา

ฉันคิดถึงเรื่องเล่าของครอบครัวตาทวดตง …​ในบทท้ายๆ ที่ทุกอย่างมีความเปลี่ยนแปลง

โจทย์ใหญ่ที่สุดเวลากลับบ้านคือ ฉันจะนั่งทำงานตรงไหนดี

ฉันชอบห้องนอนของตัวเอง แต่เพราะมันอยู่ชั้นสองของบ้าน อยู่ในทิศรับแดดตอนเช้า ในฤดูหนาว ห้องอาจอยู่ได้ตลอดทั้งวัน แต่ในฤดูร้อนเป็นเรื่องที่ต่างออกไป

ฉันเพิ่งสังเกตว่าแม่เพิ่งซื้อแคร่ไม้ไผ่มาใหม่ มันวางอยู่หน้าบ้านตรงมุมใกล้ต้นไม้เล็กๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่จากการเวนคืนที่ดินขนานใหญ่เพื่อสร้างถนน 4 เลนหน้าบ้าน ความเจริญเข้ามาในอิสานนานแล้วและฉันไม่เคยรังเกียจความเจริญ แต่ถนนใหญ่ก็พรากต้นไม้สองข้างทางในหมู่บ้านเราไป มันจึงเป็นเรื่องท้าทายเสมอในฤดูร้อนที่ต้องกลับบ้าน ว่าฉันจะนั่งทำงานตรงไหนดี

ตรงแคร่หน้าบ้านที่หลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ต้นไม้ล็กๆ นี่แหละฉันคิดในใจ

ฉันคิดถึงงานในมือที่ต้องสะสาง ก่อนจะไพล่ไปคิดถึงกาแฟรสขมหวานจากร้านกาแฟของน้องญาติ แล้วฉันก็คิดถึงคลิป YouTube ที่อยากจะทำ เมื่อวานฉันเพิ่งเล่าให้เพื่อนฟังว่า mission ของแชนแนล Isan Saranghey ที่ฉันเพิ่งคิดออกคือ การ connect อิสานและประเทศไทยเข้ากับโลกใบนี้ ฉันคิดถึงการปลูกผักทำไร่ของพ่อ ฉันคิดถึงวันที่พ่อพาไปหัดขับรถเกียร์กระปุกที่สนามบินเสรีไทลานดินแดงที่ไม่มีตรงไหนเหมือนสนามบินเลย แต่ถูกเรียกขานอย่างนี้ตามประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับขบวนการเสรีไทในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ฉันคิดถึงทางขึ้นเขาไปอำเภอดงหลวงที่ตอนเด็กต้องขึ้นไปทำไร่มันสำปะหลังกับครอบครัวบ่อยๆ ฉันเพิ่งรู้ตอนโตแล้ว ว่าเส้นทางภูเขาโซนไร่ของเรา เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ในช่วงที่ไทยมีขบวนการคอมมิวนิสต์ หมู่บ้านที่จิตร ภูมิศักดิ์ มาเสียชีวิตก็ไม่ไกลจากโซนไร่ที่ฉันเคยวนเวียนขึ้นไปตอนเด็ก

ตอนเป็นเด็ก สิ่งที่ฉันชอบสุดเวลาต้องไปไร่ คือเวลาที่นั่งรถกลับ บนท้ายรถกระบะจะมีผู้ชายใจดีร้องเพลงเก่งคนหนึ่งนั่งมาด้วย เขาเป็นคนงานที่มาช่วยงานที่ไร่ เขาเคยร้องเพลงคนร้องตะโกนว่า .. เขามา..เป็นชื่อของเขา ตอนนั้นเขาบอกฉันว่า เขาแต่งเพลงนี้เอง ฉันร้องโหคิดว่าเขาเก่งมากๆ ที่แต่งเพลงได้เพราะขนาดนี้ เสียงร้องของเขาก็เพราะ มันเป็นเสียงเพลงที่ทำให้ช่วงเวลาเดินทางกลับเป็นช่วงเวลาแสนสนุกเสมอ

ตอนที่ฉันโตแล้ว ฉันถึงรู้ว่า เพลงที่เขาร้องคือเพลงของ สุรพล สมบัติเจริญ เนื้อเพลงจริงๆ ร้องว่าคนร้องตะโกนว่าสุรพลเขามา

เขาไม่ได้แต่งเพลงนี้เอง

และเรื่องเล่าที่เขาเล่าถึงตัวเอง ก็คือเรื่องโกหก

ทุกวันนี้ พวกเราขายไร่บนเขาไปแล้ว

และไร่มันสำปะหลังบนเขาส่วนมาก ก็เปลี่ยนเป็นสวนยางพารา ตามกระแสยุคหนึ่งที่อดีตนักการเมืองคนหนึ่งที่ชื่อ เนวิน ชิดชอบ เคยร่วมมือกับเครือข่ายของเขานำมา

และไม่ใช่การนำมาให้แบบไม่มีเงื่อนไข

เมื่อต้องขับรถผ่านเขาเส้นนั้น ฉันมักจะนึกถึงเรื่องราวของไร่มันสำปะหลังที่เปลี่ยนเป็นสวนยางพาราเสมอ คิดถึงการซุกซ่อนตัวของขบวนการคอมมิวนิสต์ไทยในยุคหนึ่ง คิดถึงวันที่ชาวบ้านในละแวกใกล้กับสนามบินเสรีไทตัดสินใจช่วยเหลือขบวนการเสรีไท คิดถึงสงครามโลกครั้งที่สองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด คิดถึงการประกาศให้ไทยอยู่ข้างกลุ่มประเทศที่ชนะสงครามโลกครั้งที่สอง คิดถึงการอพยพของคนจีนที่เข้ามาในไทยหลายระลอก คิดถึงการอภิวัฒน์ 2475 คิดถึงหลายสิ่งที่ฉันเกิดไม่ทัน

คิดถึงสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ละแวกแถวบ้าน

แล้วฉันก็มั่นใจว่า

หนังสือพุทธศักราชอัสดง กับทรงจำของทรงจำ ของแมวกุหลาบดำไม่ใช่แค่เรื่องราวของครอบครัวทวดตงแน่ๆ

มันคือเรื่องราวของพวกเราด้วย

มันคือเรื่องราวของตระกูลเราด้วย

แม้มันจะไม่เคยถูกจดบันทึกลงในประวัติศาสตร์รัฐไทยก็ตามที

 

 

 


หนังสือ : พุทธศักราชอัสดง กับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ

โดย วีรพร นิติประภา

สำนักพิมพ์มติชน

ราคา 340 บาท

พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2559

Advertisements