[blog] แด่คนที่เข้ามา…แด่คนที่จากไป

1.

07 กันยายน วันนี้เมื่อสองปีก่อน ผู้หญิงเกาหลีใต้คนหนึ่งที่ชื่อ ซูจิน ฮยอง จากไปในวัย 33 ปี

ซูจิน จากไป 1 วัน หลังจากคลอด “ธีโอ” ลูกคนแรกของเธอที่เมืองอัมมัน ประเทศจอร์แดน ตอนนั้นเธอเป็นเจ้าหน้าที่ UNHCR ซูจินเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ เชื่อในความแตกต่างหลากหลาย เธอมีเป้าหมายที่อยากสร้างโลกที่ดีขึ้น – โลกที่ความเป็นมนุษย์จะถูกให้ค่ามากกว่าความเป็นรัฐชาติ
ซูจินแต่งงานกับสามีคนญี่ปุ่น ชื่อ โยโกะ คุโรอิวะ

พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ประเทศไทย ในทริปที่ไปตะลุยค่ายผู้อพยพที่จังหวัดตาก

พบรักกันที่ประเทศไทย ตัดสินใจคบหากันที่ประเทศไทย

และหลังแต่งงานแล้วก็กลับมาฮันนีมูนที่ประเทศไทย
ฉันเจอซูจินครั้งแรก ที่ประเทศไทยเหมือนกัน

ฉันเจอเธอ 1 5 วัน ก่อนที่ฉันจะได้รู้จัก (และกลายเป็นแฟนคลับ) วงเกาหลีใต้ที่ชื่อ TVXQ! (ทงบังชินกิ)
เราเจอกันครั้งแรกที่ร้านมังสาวิรัติใจกลางสยามสแควร์ วันที่ 1 ธันวาคม 2550 (หนึ่งปีหลังรัฐประหาร 2549)

จำได้ว่าครั้งแรกที่เจอกัน เราคุยกันหลากหลายเรื่องราวมาก ฉันถามเธอว่าทำไมเธอถึงเลือกบินมาฝึกงานกับ UN ที่เมืองไทย, เธอคิดอย่างไรกับสถานการณ์รุนแรงในภาคใต้ของเมืองไทย, ทำไมเธอถึงสนใจที่จะทำงานเกี่ยวกับผู้อพยพชาวพม่าในเมืองไทย, รวมถึง ทำไมผู้หญิงเกาหลีใต้อย่างเธอ ถึงเลือกไปเรียนต่อปริญญาโทที่ญี่ปุ่น
ใช่, ซูจินเรียนจบปริญญาโทที่ญี่ปุ่น เธอเรียน Peace Study ที่ IUJ (International University of Japan) จังหวัดนีกาตะ นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยนี้ และหลังจากนั้น เวลาที่เจอใครบอกว่ามาจาก IUJ ฉันจะคิดถึงซูจินทุกครั้ง

2.

จริงๆ แล้ว ฉันเคยเจอซูจินตัวเป็นๆ แค่ 2 ครั้งเอง

ครั้งแรกสุดก็คือตอนที่เราเจอกัน ครั้งที่ 2 คือตอนที่เธอมาฮันนีมูนที่เมืองไทย ฉันซื้อของขวัญชิ้นหนึ่งให้เธอกับโยโกะ – สามีของเธอ , พอมองย้อนกลับไป ของขวัญที่ฉันมอบให้พวกเขา ก็ค่อนข้างชาตินิยมนิดหน่อย …​ ยังนึกอายมาจนถึงทุกวันนี้
ตอนเจอกันช่วงฮันนีมูน ซูจินยังไม่ได้ทำงานกับ UNHCR แต่เธอเป็นคนมีความมุ่งมั่น และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเป็นคนมีความเมตตา … ตอนที่รู้ว่าเธอได้งานที่ UNHCR ฉันคิดว่า ไม่มีใครเหมาะกับงานนี้เท่าซูจินอีกแล้ว
ถ้าต้องให้อธิบายซูจินด้วยคำหนึ่งคำ ฉันจะเลือกใช้คำว่า “Vibrant” – ฉันไม่รู้จะแปลไทยว่าอย่างไร แต่ซูจินเป็นคนแบบนั้น Vibrant เธอคือพลังบวกที่มาพร้อมความหวังของโลกใบนี้

3.

สาเหตุที่ฉันจดจำซูจินได้แม่นยำ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนสัญชาติเดียวกับ ทงบังชินกิ แต่เป็นเพราะ…แม้ว่าจะเจอกันตัวเป็นๆ แค่สองครั้งในชีวิต…แต่ซูจินเป็นคนไม่กี่คนที่ฉันยอมรับว่า เธอใส่ใจกับความฝันของฉัน
ซูจินมักจะถามมาในข้อความออนไลน์เสมอ ถึงโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ฉันเคยบอกเล่าให้เธอฟัง ความฝันต่างๆ ที่ฉันอยากทำให้มันเป็นจริง เธอถามความคืบหน้าของหนังสือ ถามเรื่องไอเดียหนังต่างๆ … เธอรับฟัง เธอใส่ใจ

และเธอแคร์
เวลาที่ใครสักคนหนึ่งแคร์ความฝันและเป้าหมายของเราอย่างแท้จริง เราจะรับรู้และสัมผัสได้

และใครคนนั้นจะก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของเราอย่างเต็มตัว

อย่างน้อย…ก็ยากมาก ที่เราจะลืมเลือนพวกเขาได้
ซูจินเป็นแบบนั้นสำหรับฉัน

4.

ตอนฉันได้ทุนไปเรียนที่โตเกียวช่วงปี 2556-2558 ซูจินแวะมาญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง แต่แปลกที่เราไม่เคยได้เจอกันอีกเลยในช่วงเวลาเหล่านั้น ฉันรับรู้ความเป็นไปของเธอผ่านโพสต์ใน Facebook รับรู้ว่าเธอเดินทางไปปฏิบัติภารกิจนั่นนี่ทั่วโลกกับสามีของเธอ ซูจินไม่เคยกลัวความยากลำบาก และเธอปรับตัวเข้ากับคนได้เกือบทุกคน เธอเป็นที่รักของทุกคนที่ได้พบเจอเธอ
ตอนที่ฉันเรียนจบจากโตเกียว ผ่านมาไม่กี่เดือน ซูจินก็ตั้งท้องลูกคนแรก แต่เธอยังทำงานและเดินทางเพื่อสร้างความหวังให้กับโลกใบนี้อยู่

5.

ปลายเดือนสิงหาคม 2559 ก่อนกำหนดคลอดไม่นานนัก ซูจินโพสภาพบางอย่างใน Facebook พร้อมเขียนข้อความที่สะท้อนถึงความตื่นเต้นที่ใกล้จะเป็นแม่คนแล้ว แน่นอนว่ามีผู้คนมาแสดงความยินดีกับเธอมากมาย
ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น
ซูจินคลอดเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าชังที่ชื่อ ธีโอ (Theo) ในวันที่ 6 กันยายน 2559 และในวันที่ 7 กันยายน 2559 เธอก็จากไป

ฉันรับรู้ข่าวการจากไปของซูจินในวันที่ 12 กันยายน 2559 หลังจากที่โยโกะ สามีของเธอโพสลงใน Facebook เพื่อแจ้งข่าวที่ทำให้โลกของใครหลายคนหยุดหมุน … ผู้คนที่รักซูจินมีจำนวนไม่น้อย เพราะเธอเป็นมนุษย์ที่น่ารัก เพราะเธอทำให้เราสัมผัสได้ถึงความหวังของโลก การจากไปของเธอ ส่งผลกระทบต่อจิตใจฉันไม่น้อย
แปลกไหมที่เราจะเสียน้ำตาให้กับคนที่เราเคยเจอหน้าแค่ 2 ครั้งในชีวิต

คนที่เคยส่งข้อความมาถามไถ่เรา…ถึงหนังสือที่เราเล่าว่าอยากจะเขียน คนที่บอกว่าจะรอดูหนังของเรา…
คนที่จากโลกนี้ไป…และไม่อยู่บนโลกเดียวกันกับเราอีกแล้ว

6.

ปลายปี 2559 โยโกะ สามีของซูจิน จัดงานรำลึกถึงซูจินขึ้นที่โตเกียว เป็นช่วงก่อนคริสต์มาส งานเล็กๆ น่ารักอบอุ่น … ฉันไม่ได้ไปร่วมด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจ แต่ฉันส่งใจไป และหวังว่าถ้ามีโอกาส ฉันอยากจะไปเคารพศพซูจินที่โซล รวมถึงอยากเจอ “ธีโอ” ลูกชายผู้เป็นแก้วตาดวงใจซูจินสักครั้ง
และเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 โยโกะก็พาธีโอในวัย 11 เดือนมาไทย

ฉันได้เจอธีโอวันแรกก็ครั้งนั้น
เด็กชายตัวอวบ ที่ดูไม่กลัวคนแปลกหน้า นั่นเพราะโยโกะตั้งใจเลี้ยงธีโอให้อยู่กับใครก็ได้ โยโกะตั้งใจให้ธีโอเติบโตมาอย่างเข้าใจความหลากหลายของผู้คน
โยโกะตั้งใจจะเลี้ยงธีโอแบบนั้น … ให้เขาเติบโตมาเป็นคนที่ใจกว้างและเปิดกว้าง

ฉันเชื่อว่า ธีโอจะเป็นคนแบบนั้นเช่นกัน

7.

ซูจินจากไปก่อนที่ฉันจะเขียนหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” เสร็จ
แม้ในหนังสือจะไม่มีชื่อเธอปรากฏอยู่ ทั้งยังไม่ใช่เรื่องราวของเธอ แต่ทุกครั้งที่มองหนังสือ … เศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับเธอ บทสนทนาระหว่างเราที่ฉันชื่นชอบ …​มักจะปรากฏตัวขึ้นเสมอ
มันอาจจะเบาบาง แต่มันก็หนักแน่นอยู่ไม่น้อย – สำหรับรอยประทับที่ใครบางคนสร้างไว้ให้แก่ชีวิตเรา
แด่คนที่เข้ามา…แด่คนที่จากไป
07 กันยายน 2561
ประเทศไทย

หมายเหตุ: ในปี 2552 ฉันเคยเขียนเกี่ยวกับซูจินไว้ในบล็อกนี้ https://bitly.com/

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s