[trick] วิธี install a Let’s Encrypt SSL ใน GoDaddy hosting account

ภาษาไทยจะอยู่ด้านล่างนะคะ ส่วนทริกแบบไล่เรียง 1-2-3 ให้กดเลื่อนไปล่างๆ สุดเลยค่ะ (พาร์ทแรกจะอธิบายที่มาที่ไปก่อนหน่อยนึง)

ENG:

Note: I firstly searched google and found this useful link from Mike (Thx! Mike)

>>> https://www.tenormanmike.com/website-and-hosting-issues/how-to-install-a-lets-encrypt-ssl-on-a-shared-godaddy-hosting-account/

However, I didn’t quite understand about create sub-directory in cPanel part. I ended up searching in YouTube and, then again, found this helpful clip by tipswithpunch channel

>> https://www.youtube.com/watch?v=GPcznB74GPs

 

For people who need the English instruction for installing  Let’s Encrypt SSL in GoDaddy hosting account, please follow the suggestions from both above links.

 

____

สวัสดีค่ะ

พอดีเราเปิดเว็บไซต์ไว้รวบรวมบทสัมภาษณ์และเรื่องราวของ “คนที่เรากรี๊ด” ชื่อเว็บ ohoppa.co

แต่เราไม่ได้ซื้อ SSL ซึ่งรับรองความปลอดภัยของเว็บ (สังเกตเว็บที่รับรอง คือเว็บที่ขึ้นต้นว่า https (มี s) ต่อท้าย)

เนื่องจาก google chrome ได้เปลี่ยนนโยบายว่า สำหรับเว็บไซต์ที่ไม่ได้ขึ้นด้วย https ต่อไปนี้ chrome จะถือว่าไม่ปลอดภัย (not secure) ทำให้เวลาพวกเราเข้าเว็บไซต์ที่เป็นแค่ http ธรรมดา (ไม่มี s) chrome จะขึ้นโชว์ตามรูปนี้ค่ะ

Screen Shot 2018-08-24 at 9.29.22 PM

ซึ่งจะส่งผลให้ คนที่แวะมาเยือนเว็บเรา เขาอาจไม่สบายใจ และพาลไม่อยากเข้าเว็บเราอีกค่ะ (ทั้งที่ถ้าเว็บเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกรรม หรือขอให้เขากรอกข้อมูลอะไรที่สุ่มเสี่ยง ก็ไม่น่าจะต้องกังวล ..​. แต่นั่นแหละค่ะ ทางจิตวิทยาแล้ว ไม่มีใครอยากกลับมาเว็บที่มันขึ้น not secure แน่ๆ)

ทางแก้อย่างง่ายคือ ซื้อ SSL Certification ค่ะ … ซึ่งมันก็หลักพันบาทขึ้น 555

สำหรับเว็บเล็กๆ ที่ทำเอง (อ่านเองด้วย) เพื่อตอบสนอง need ส่วนตัวของเรา คิดว่าคงไม่ต้องถึงขนาดซื้อใบ cer SSL ค่ะ

อันที่จริง SSL certification แบบฟรีๆ ก็มีค่ะ เพียงเข้าไปในเว็บนี้เลย (หรือจะ donate ให้เขาก็ได้นะคะ เขาเปิดรับเช่นกัน)

>> https://letsencrypt.org/

Screen Shot 2018-08-24 at 9.49.06 PM

แต่ทว่า SSL ฟรีจากเว็บ Letsencrypt.org นี่ ดันไม่ support web Hosting แบบ cPanel (Linux) ของ GoDaddy ซึ่งเราฝากเว็บ ohoppa.co ไว้ค่ะ

ดังนั้น จึงเฟล…​(งิ้งงงง) เราก็ต้องหาวิธีอื่นต่อไป

ซึ่งต่อมาเราได้เจอลิงก์นี้ ซึ่งช่วยชีวิตได้อย่างเว่อร์วัง

>> https://www.tenormanmike.com/website-and-hosting-issues/how-to-install-a-lets-encrypt-ssl-on-a-shared-godaddy-hosting-account/

Screen Shot 2018-08-24 at 9.52.44 PM

และดูประกอบกับคลิป YouTube นี้ค่ะ ช่อง tipswithpunch

YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=GPcznB74GPs

Screen Shot 2018-08-24 at 9.54.00 PM.png

ซึ่งข้อมูลจากทั้งสองแหล่งนี้ ช่วยให้เราแก้ไขเว็บ ohoppa.co ให้กลายเป็น https://ohoppa.co ได้ฟรีในที่สุด

ซึ่งสำหรับคนที่อาจจะยังไม่มีเวลาคลิกดูคลิป YouTube  ของ tipswithpunch เราก็ขอทำสรุปแต่ละขั้นตอนไว้ดังนี้ค่ะ

 

 

 


 

ขั้นตอนการติดตั้งฟรี SSL ใน GoDaddy hosting (  สำหรับคนใช้แบบ cPanel [Linux])

1)ไปที่เว็บ https://zerossl.com/ แล้วคลิกเลือก online tools

Screen Shot 2018-08-24 at 9.58.08 PM

 

 

2)จากนั้นตรง Free SSL Certificate Wizard
คลิกปุ่ม Start

Screen Shot 2018-08-24 at 9.59.42 PM

 

3)จากนั้นเว็บจะพามาที่หน้า Free SSL Certificate Wizard ด้านล่าง

3.0)ตรงล่างซ้าย เว็บจะคลิกเลือก HTTP verification ไว้อยู่แล้ว … ก็ตามนั้นค่ะ

3.1)ให้กรอก domains ที่อยู่ช่องขวา ระบุชื่อ domain ลงไป แนะนำให้กรอกทั้งแบบมี www และแบบไม่มี ดังนี้

ตัวอย่างการกรอก :      ohoppa.co, http://www.ohoppa.co

3.2)คลิกเลือกกล่องสองกล่องด้านล่างขวา ว่าเรายอมรับเงื่อนไขของเว็บ

(กล่องที่เขียนว่า Accept ZeroSSL TOS และ Accept Let’s Encrypt SA (pdf) )

3.3)เสร็จแล้วกด NEXT (ที่อยู่ขวาบน)

Screen Shot 2018-08-24 at 10.01.15 PM

 

4)พอคลิก  NEXT เสร็จ เว็บจะขึ้นว่ากำลัง Generating CSR ให้ …​จากนั้นรอแป๊บ มันจะขึ้นหน้า CSR ให้ (ดูตามรูปด้านล่าง)

Screen Shot 2018-08-24 at 10.08.50 PM

Screen Shot 2018-08-24 at 10.08.59 PM

 

5)ให้กด NEXT อีกครั้ง เพื่อให้ Generating Account Key จากนั้นก็รอรับ Account Key

จากนั้นกด เครื่องหมาย download (ที่อยู่ริมขวาของแต่ละกล่องน่ะค่ะ) กด download ทั้งสองกล่องเลยนะคะ แล้วกด NEXT เพื่อไปสู่หน้า Verification

Screen Shot 2018-08-24 at 10.11.06 PM

 

6)ที่หน้า Verification คุณจะเจอตามภาพด้านล่าง

6.1)ให้กดปุ่ม download ทั้งสองไฟล์

6.2)พอ download เสร็จแล้ว จากนั้นไม่ต้องทำอะไรค่ะ ค้างหน้านี้ไว้ (ไม่ต้องปิดนะคะ) แล้วไปที่หน้าเว็บ GoDaddy ที่เราฝากเว็บ hosting ไว้

Screen Shot 2018-08-24 at 10.31.34 PM

 

 

 

7)ตอนนี้เราอยู่ที่  GoDaddy แล้วนะคะ

ไปที่หน้าจัดการ cPanel จะมีหน้าตาเป็นแบบนี้ (ใครใช้ GoDaddy น่าจะหาเจอ…​ถ้าไม่เจอจริงๆ ให้เลือกหน้า hosting แล้วกดปุ่ม “ผู้ดูแลระบบ cPanel” ค่ะ …​ลองดูก่อนเนอะ)

7.1)ตรงเซ็คชั่น Files เลือก File Manager

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.15.26 PM

 

7.2)เลือกเสร็จมันจะ pop-up กล่องดังด้านล่าง ให้เลือก web-root แล้วกด GO

Screen Shot 2018-08-24 at 10.18.19 PM

 

7.3)พอกดปุ๊บ มันจะไปที่หน้า cPanel File Manager

แล้วให้คลิกปุ่มสร้าง Folder ที่อยู่บนซ้าย (+Folder) เพื่อสร้าง sub-directory ขึ้นมา

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.20.15 PM

 

7.4)มันจะขึ้น pop-up มา ให้พิมพ์ .well-known ลงไป (พิมพ์ให้ถูกต้องด้วยนะคะ) แล้วกด create New Folder
(หมายเหตุ: จะเห็นว่าเราสร้าง .well-known ให้เป็นซับของ /public_html  นะคะ (ตรงที่มีโลโก้รูปบ้าน) ถ้าตรง pop-up box ไม่ขึ้นอย่างนี้ ให้ย้อนกลับไปเลือก folder “/public_html” นะคะ)

Screen Shot 2018-08-24 at 10.22.45 PM

 

7.5)จากนั้นสร้าง sub-directory ย่อยอีกอันใน .well-known นะคะ ชื่อ

acme-challenge

ทำได้โดยกดปุ่ม +Foloder มุมซ้ายบน (เหมือนเดิม) นะคะ

จากนั้นจะเจอกล่อง pop-up ก็ตามนั้นค่ะ …​พิมพ์ acme-challenge แล้วกด Create New Folder

Screen Shot 2018-08-24 at 10.29.06 PM.png

 

7.6)จากนั้นเราจะอยู่ที่ sub-directory ภายใต้ชื่อ acem-challenge นะคะ

ให้กดอัพโหลดไฟล์ 2 ไฟล์จากข้อ 6.1) ค่ะ

จากนั้นก็กดแถบล่างกลาง ที่เขียนว่า back to/home/….. น่ะค่ะ

Screen Shot 2018-08-24 at 10.35.50 PM

 

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.36.18 PM

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.38.31 PM

 

8)กลับไปยังหน้าที่อยู่ในข้อ 6.1) ค่ะ แล้วกด NEXT ที่อยู่มุมขวาบน เพื่อไปยังหน้า Certificate

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.31.34 PM

 

9)ที่หน้า Certificate ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง จะเจอกล่องสองกล่อง (boxes)

กดเครื่องหมาย download ค่ะ ทั้งสองกล่องเลยนะคะ

จากนั้นกลับไปหน้า cPanel ของ GoDaddy

Screen Shot 2018-08-24 at 10.43.08 PM

 

10)หน้านี้นะคะ cPanel Manage

เลื่อนลงไปเซ็คชั่น  Security เลือก SSL/TLS

มันจะพาไปที่หน้าอีกหน้า ให้กดล่างสุดเลยค่ะ ที่เขียนว่า Install and Manage SSL for your sites (HTTPS)

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.49.42 PM

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.51.54 PM

 

 

11)จากนั้นมันจะพาไปอีกหน้า

11.1)เลื่อนลงไปตรง domain ก็เลือกชื่อ domain ของเรา

Screen Shot 2018-08-24 at 10.53.23 PM

 

11.2)กล่องด้านล่างจะมีทั้งหมด สาม กล่อง นะคะ เขียนว่า

Certificate (CRT)

Private Key (KEY)

และ Certificate Authority Bundle: (CABUNDLE)

Screen Shot 2018-08-24 at 10.56.14 PM

 

ทั้งนี้ต้องกลับไป copy โค้ด ที่หน้า certificate น่ะค่ะ

โดยกล่องบนสุด (ของภาพด้านล่าง) จะมีข้อความยาวมาก แต่แบ่งเป็นสองท่อน (ข้อความ)

ให้ก๊อปอันบนสุด แล้วกลับไปที่หน้า SSL

Screen Shot 2018-08-24 at 10.43.08 PM

 

แล้วก็แปะลงตามนี้ค่ะ

 

Screen Shot 2018-08-24 at 10.56.14 PM

 

ซึ่งภาพบน ให้มองตรงขวานะคะ ที่เป็นสีแดงๆ …​มันขึ้นว่า not valid ใช่ไหมคะ

เพราะว่า มันมีสองก้อนในกล่องค่ะ ให้ใช้อันบน แล้วอันล่าง ให้ตัดใส่ตรงกล่องที่สาม (ล่างสุด) ตรงที่เขียนว่า กล่อง Certificate Authority Bundle: (CABUNDLE) น่ะค่ะ

 

+++ตรงนี้ถ้างง ให้ดูคลิปนี้ค่ะ นาทีที่ 4.29 +++

 

 

11.3)จากนั้นก๊อปโค้ด Private Key (KEY) มาใส่ในกล่อง Private Key (KEY) ค่ะ

===ถ้างงก็ย้อนกลับไปดูคลิป YouTube ที่แปะตะกี้นะคะ นาทีที่ 4.29

 

12)จากนั้นกด ยอมรับ และ install certificate ค่ะ

จากนั้นมันจะขึ้น pop-up มาอีกอัน (ปิดท้าย) ก็กด OK  ค่ะ

Screen Shot 2018-08-24 at 11.07.35 PM

 

13)เรียบร้อยค่ะ คุณมีเว็บสวยงาม ที่ขึ้นด้วย https แล้ว

Screen Shot 2018-08-24 at 9.30.57 PM

 

 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

หวังว่าจะมีประโยชน์บ้าง (ตอนเราทำเอง เรางมอยู่ 5 วันค่ะกว่าจะได้ …​เลยคิดว่าทำ blog ไว้เผื่อมีใครกำลังหาทางอยู่ดีกว่า)

[SPECIAL JOURNEY] ภาษาที่เราอาจจะไม่เข้าใจ #2

 

“ถ้าหนูไม่โอเค หนูก็พูดได้นะว่าไม่โอเค”

เมื่อวาน หลานอายุ 17 ปี โทรมา หลานมีพี่ชายเป็นบุคคลมีภาวะความต้องการพิเศษ​ (ออทิสติก) ซึ่งเมื่อวาน พี่ชายหลานหายไปจากบ้าน พบอีกทีก็คือปั่นจักรยานไปตลาด แล้วอยากได้หลอดไฟ ก็เลยไปหยิบหลอดไฟในร้านค้า แล้วทำแตกไป 2 ดวง

ตอนที่พี่ชายหายไป หลานบอกว่าหลานเครียดมาก แต่ที่เครียดกว่านั้น ก็คือ แม่หลานโดนคนที่ตลาดด่า ว่าดูแลลูกไม่ดี

หลานเครียดว่า ถ้าหลานเรียนจบ ม.6 แล้ว ไม่ได้อยู่บ้านกับแม่แล้ว สถานการณ์จะเป็นไงต่อ ใครจะดูแลพี่ชาย แล้วถ้าพี่ชายหายไปอีกล่ะ

เมื่อวานก็เลยได้เล่าให้หลานฟังเรื่องบ้านฟาร์ม ที่ปากช่อง

บ้านฟาร์ม เป็นคล้ายๆ กับโรงเรียนวันหยุด ที่ทุกศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ครอบครัวและเด็ก(วัยรุ่น)พิเศษ จะมาเรียนรู้ร่วมกัน

ถ้าจะให้อธิบายบ้านฟาร์มไปมากกว่านี้ …​ เราคิดว่า เราคงจะอธิบายมันไม่ได้แล้วล่ะ

คือกิจกรรมที่บ้านฟาร์มทำ เป็นสิ่งที่เราคิดว่า คนภายนอก – นอกในระดับที่อาจจะไม่เคยรู้จักเด็กหรือบุคคลมีภาวะความต้องการพิเศษ – หรือแม้กระทั่งคนที่มีคนในครอบครัวมีภาวะนั้น … ก็ยังอาจไม่เข้าใจกิจกรรมบ้านฟาร์มอยู่ดี

ก่อนไปเยี่ยมบ้านฟาร์ม เราก็มีความไม่เข้าใจหลายอย่าง

เรื่องของเรื่องคือ ออมแนะนำให้เรารู้จักกับพี่ฟ้า เมื่อปีก่อน แล้วมันเหมือนติดอยู่ในใจเรา ว่าอยากสัมภาษณ์พี่ฟ้ามาตลอด

พี่ฟ้าเป็นแม่ของซีซาร์ ซีซาร์มีภาวะความต้องการพิเศษ
ขณะเดียวกันพี่ฟ้าก็เป็นแม่ของซัน ซันเรียนจบเอกอังกฤษ จาก ม.เกษตร ตอนนี้กลับมาช่วยพี่ฟ้าทำงานกิจกรรมที่บ้านฟาร์ม

เมื่อไม่นานมานี้ เราติดต่อขอสัมภาษณ์พี่ฟ้าไป ปกติแล้วพี่ฟ้าจะอยู่ที่ปากช่อง แต่ก็มีคิวเข้ามา กทม. บ้าง จากที่คุยกัน เราตกลงจะไปบ้านฟาร์ม แต่ก็มีเหตุให้ต้องเลื่อนเดินทาง เลื่อนไปเลื่อนมาเกือบเดือน เกือบยกเลิกไปแล้ว เคยถามพี่ฟ้าไปหนหนึ่ง ว่าเลื่อนมาเจอกันที่ กทม.ดีไหม … แต่เหมือนมีอะไรบางอย่าง ส่งสัญญาณมาบอกเราตลอดว่า ถ้าอยากเข้าใจสิ่งที่พี่ฟ้าทำจริงๆ คุยที่ กทม.ไม่ได้หรอก ต้องไปคุยที่ปากช่องเท่านั้น

ต้องไปเห็นบ้านฟาร์มเท่านั้น

ก็เลยไปกัน

…เราได้เรียนรู้จากบ้านฟาร์มหลายอย่างเลย…

แต่สิ่งที่เราจำได้ดีที่สุด ก็คือ บทเรียนที่ไม่มีใครสอนเลย บทเรียนที่เกิดขึ้นอย่างบังเอิญที่สุด

ในจังหวะหนึ่งหลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ วิน-วัยรุ่นพิเศษตัวอ้วน,​ คนที่เหมือนภาพแทนของหลานคนที่มีภาวะความต้องการพิเศษของเราเลย – วินกำลังส่งเสียงงึมงำบางอย่าง เป็นเสียงเหมือนผึ้งบินหึ่งๆ น่ะ เป็นเสียงที่ไม่ใช่ภาษาไทย และไม่ใช่ภาษาอะไรที่เราฟังเข้าใจเลย

แล้วซันก็พูดขึ้นมาว่า
“ถ้าตัดเรื่องภาษาออก แล้วฟังแค่น้ำเสียงที่วินจะสื่อสาร มันเหมือนกับว่า วินกำลังหงุดหงิดอยู่นะ”

แม่งเชี่ย (นี่คือคำชม) … โห ซัน นี่ใช่คนอายุ 25 ปีไหม ทำไมเข้าใจโลกได้ดีขนาดนี้

หลังจากนั้น คำที่ซันพูด ก็ทำให้เราหันมามองหลานที่มีภาวะความต้องการพิเศษด้วยมุมมองใหม่


แอนดี้อายุ 20 ปีแล้ว เป็นบุคคลที่มีภาวะความต้องการพิเศษ
แอนดี้เป็นหลานเรา
และเป็นพี่ชายของหลานสาวเรา (งงไหม)

ช่วงต้นสิงหาคม เรากลับบ้านไปงานศพน้า แล้วระหว่างนั้นเราเจอแอนดี้ เราถามหาพ่อเลี้ยงเรา (ที่ขับรถไถ) กับแอนดี้ เราพูดชื่อพ่อเลี้ยงออกมา แอนดี้ไม่ได้ตอบ แต่แอนดี้พูดซ้ำๆ ย้ำๆ คำว่า “รถไถ”

ทุกครั้งที่เจอเรา แอนดี้ก็จะชอบพูดถึง “ติ๊ก เจษฎาภรณ์”

ภาษาที่แอนดี้สื่อสารออกมา เป็นภาษาที่เราไม่เคยเข้าใจ
เราคิดว่าแอนดี้พูดไม่รู้เรื่อง
จนกระทั่งวันที่เรากลับบ้านไปรอบนั้นแหละ แล้วเราก็ “ฟัง” แอนดี้ด้วยมุมใหม่

แอนดี้สื่อสารได้นะ เขามีภาษาของเขา และเขากำลังพยายามเชื่อมโยงภาษาของเขากับภาษาที่เราใช้กันอยู่

ถ้าเราลอง “ฟัง” แบบที่ซันบอก
ลองจับน้ำเสียง … เราอาจจะพอเข้าใจว่าเขาต้องการอะไรมากขึ้น

“แอนดี้ขี่จักรยานได้ด้วยเหรอ เก่งจังเลยเนอะ” เราตอบหลานที่โทรมาเรื่องที่ว่าแอนดี้หายไปจากบ้าน หายไปโดยการปั่นจักรยานไปตลาด

“หนูก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแอนดี้ปั่นจักรยานได้ด้วย” หลานสาวเริ่มอารมณ์ดีขึ้นแล้ว

“วันก่อนแอนดี้ไปจับปูนามาด้วยนะ แอนดี้ขุดหลุมจับปูเก่งมาก เก่งกว่าพ่อกับแม่อีก” หลานสาวยังคงเล่าต่อ

“บางทีหนูก็รู้สึกรำคาญแอนดี้นะ” หลานสาวเล่าในบางจังหวะ

“ถ้าหนูไม่โอเค หนูก็พูดได้นะว่าไม่โอเค” ฉันตอบกลับไป — จริงๆ ไม่ใช่คำตอบที่ฉันคิดได้เองหรอก ก่อนหน้านี้ฉันโทรปรึกษาออม –ออมทำงานด้านเด็กมีภาวะความต้องการพิเศษมาหลายปี ออมรู้ว่าภาวะที่คนในครอบครัวทั้งรักทั้งเกลียดคนที่มีภาวะนี้นั้น…มีอยู่จริง

และมันไม่เป็นไรเลยที่จะยอมรับว่าบางทีเราก็เกลียด…เกลียดชีวิตที่ต้องเจอกับสิ่งนี้

แต่เราก็รักกันในฐานะครอบครัวด้วย

“หนูกลัวว่าถ้าหนูไม่อยู่ (ไปเรียนมหาวิทยาลัย) แล้วครอบครัวหนูจะเป็นยังไงต่อไป”

—ครอบครัวที่มีบุคคลมีภาวะความต้องการพิเศษ จะต้องเจออย่างนี้อยู่แล้ว Up & Down ทางความรู้สึก— ออมบอก

บุคคลที่มีภาวะความต้องการพิเศษมีภาษาในการสื่อสารของเขากับโลก

ครอบครัวที่มีบุคคลมีภาวะความต้องการพิเศษ ก็มีภาษาที่พวกเขาใช้ในการสื่อสารกับโลกด้วยเช่นกัน

ซึ่งเราในฐานะคนนอก อาจจะ, หรืออาจจะไม่-เข้าใจมันก็ได้


ภาพถ่ายจากบ้านฟาร์ม ได้รับอนุญาตจากผู้เกี่ยวข้องให้เผยแพร่ภาพนี้ได้

 

 

P1120463

Girls Don’t Cry : สารคดีปานกลางของมือปืนรับจ้างที่เล่าเรื่องเด็กสาวชนชั้นกลาง … และไม่ coming of age สักกะหน่อย

girls

5/10

สิ่งที่คุณจะไม่ได้เห็นคือ ซีนเมษาพูดถึงประเด็นดราม่าเรื่องมีแฟน แต่สิ่งที่คุณจะได้เห็น คือซีนเฌอปรางพูดเรื่องการตัดสินใจเลิกกับแฟนเพื่อมาเป็นเมมเบอร์ BNK48 …

และนี่คือสิ่งที่จะกำหนดทิศทางสารคดีเรื่องนี้ไปทั้งเรื่อง

เราชอบสารคดี แต่คิดว่ามันไปไม่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจด้วยว่า เต๋อมาในฐานะมือปืนรับจ้าง ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ มันคงเล่าได้แค่ประมาณนี้แหละ

แน่นอนว่าเต๋อเลือกเล่าเรื่องของกลุ่มเด็ก Under (ที่ออกแนว Underdog) มากกว่า ขณะเดียวกันก็พยายามสะท้อนความหนักหนาสาหัสที่ตัวท็อปต้องเผชิญ “ไม่เป็นฉันเธอไม่รู้หรอก” อะไรทำนองนั้น

เป็นสารคดีที่ประนีประนอมสูงมากๆ … และพยายามจะเกลี่ยทุกอย่างให้อยู่เท่านี้แหละ

ระหว่างเดินกลับบ้าน คุยกับน้องที่ไปดูด้วยกันว่า ถ้ามันจะต้องขยี้จริงๆ มันมีประเด็นอะไรให้ขยี้ได้บ้างไหมนะ? หรือจริงๆ แล้วเพราะเด็กสาวในเรื่องก็ชนชั้นกลางไทย และความเป็นเด็กชนชั้นกลางไทยมันก็ไม่มีอะไรให้ขยี้ได้เยอะหรือเปล่า?

ส่วนที่สารคดีเลือกจะขยี้มากที่สุด (และคิดว่า นี่อาจเป็นส่วนที่โดนใจหลายคนอยู่ไม่น้อย) คือส่วนที่เล่าเรื่องความสับสนของเมมเบอร์ (เด็กสาวๆ) ช่วงแรก ที่อยากได้คะแนนนิยม และช่องทางการสื่อสารเดียวของพวกเธอในตอนนั้นก็คือ social media (fb page & IG & woov live) ที่พวกเธอต้องพยายามหาทางโพสอะไรก็ได้ เพื่อให้คนไลค์คนชอบคนเชียร์

เราเลยได้เห็นความสับสนของเด็กวัยรุ่นน่ะ …​ เหมือนการมองย้อนกลับไปช่วงที่เราติดโซเชียลมีเดียใหม่ๆ แล้วพยายามเรียกไลค์กัน

แต่นี่เป็นไอดอลไง…เป็นเด็กสาวที่อยากติดเซมบัตสึ 16 คนไง … เราเลยได้เห็นการเปลี่ยนคาแรกเตอร์ตัวเอง การพยายามอ่านคอมเม้นท์แล้วนำมาปรับแก้ การพยายามทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ได้ถูกเห็น ถูกพูดถึง ได้รับความนิยม ได้รับ engagement

ไม่ต่างกับเวลาเหล่า Online Marketer ต้องหาทางทำคะแนน – อันนี้คิดว่าคนทำงานประมาณนี้ดูแล้วอาจอิน #ต้องทำดีสักเท่าไหร่เธอถึงจะengageกับเพจชั้นนนนนน

เราคิดว่าเป็นสารคดีที่ถ้าเป็นคนนอก ไม่ใช่โอตะ ไม่ใช่สายติ่ง ไม่ได้ตาม BNK48 แบบติดตาม น่าจะชอบสารคดีเรื่องนี้เลยแหละ … เพราะมันทำให้เข้าใจว่า “วงนี้” เป็นอย่างไร

คือสารคดีทำได้ดีในแง่ที่อธิบายใหัคนนอกเข้าใจความเป็นวงแบบนี้ และการแข่งขันการเป็นเซมบัตสึ ได้

แต่ขณะเดียวกัน … อันนี้ความเห็นส่วนตัวแบบสุดๆ เลยนะ … ถ้าเป็นคนที่ตาม หรือเข้าใจระบบของวงแบบนี้อยู่แล้ว เราว่าจุดที่สารคดีเลือกจะเผย หรือโชว์ มันคือการประนีประนอมอย่างถึงที่สุด

>ความอิจฉาน่ะเหรอ … ไม่มีหรอก ถ้าจะมีใครพูดถึงเฌอปราง ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ยังชื่นชมอยู่ เฌอปรางคือหมุดหมายที่ทุกคนอยากไปถึง อยากเทียมเท่า … แต่ไม่แม้แต่จะคิดแซงหน้าด้วยซ้ำ

แน่นอน…มันโคตรไทย กับการเลือกตอบหรือเล่าแบบนี้

>ความดาร์กของวง … การแตะประเด็นระหว่างโอตะกับพวกเธอ ว่าพวกเธอคือสินค้าของบริษัท ถูก objectify ไหม …​ไม่น่าจะถือว่าพูดถึงประเด็นนี้ คือมันมีการพูดถึงประเด็นเรื่องการต้องหาหนทางให้ได้รับความนิยมนั่นแหละ แต่มันไม่ได้แตะต้องหรือวิพากษ์อะไรในแง่นี้ #แน่นอนสารคดีของวงรุ่นพี่อย่างAKB48ก็ไม่ได้แตะประเด็นเหล่านี้เช่นกัน

>ช่วงวัยสาวและการทุ่มเทชีวิตให้วง สิ่งที่สูญเสียไป และสิ่งที่ได้กลับมา … เหมือนจะแตะ แต่อยู่ในขนบที่สุด เป็นการเล่าตามขนบแบบเรียบร้อยดีงามมากๆ

ซึ่งแน่นอน … เรารู้ว่าเต๋อคือมือปืนรับจ้าง และมันคงดีที่สุดแล้ว ที่จะเล่าในแนวทางนี้

>ซีนที่ชอบ แน่นอนคือทุกซีนของปูเป้, เรื่องของจิ๊บเรายังชั่งใจอยู่บ้าง แต่เราชอบพาร์ทที่จิ๊บถามตัวเองว่า คู่ควรจะเป็นเพื่อนกับเมมเบอร์ที่ดังมากๆ อย่างมิวสิคไหม

เออ…พอได้ดูเรื่องนี้ ก็ทำให้ได้ย้อนกลับไปถามถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเพื่อนผู้หญิง ก่อนจะพบว่า เราไม่เคยมีฟีลลิ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ที่ปรากฏในสารคดีนี้กับเพื่อนผู้หญิงของเราเลยนะ

แต่เราชอบน้ำตาของเจนมาก
และเจนเป็นคนที่ร้องไห้ได้สวยสุดๆ

ปล. เราเป็นคนมีรสนิยมสามานย์ อย่าถือสาเรา #พี่เป้รี่เจ็บที่เขาคัดแค่เด็กสาวอายุ12ถึง22ปีเท่านั้น

#girlsdontcry #bnk48 #แฟนน้องเต๋ออย่าขุดหลุมพี่

[เขียนถึงซากุระ] ความงดงามของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก

#เขียนถึงซากุระจากคนอ่าน

พี่ติ๊กต่อก~

จะมาบอกว่า เพิ่งอ่าน Sakura Sayonara จบค่ะ

เคยมีรุ่นพี่คนนึงในวงการหนังสือเคยบอกว่า “การเขียนแบบเรียบง่ายที่สุด แต่สื่อสารได้ครบที่สุด เป็นการเขียนที่ยากที่สุด” และนั่นคือสิ่งที่รู้สึกกับตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในบล็อก สเตตัส หรือหนังสือเล่มนี้ก็ตาม ทุกครั้งเลยที่ตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อกมักจริงใจ ซื่อตรงกับตัวเองมาก และไม่ต้องการพึ่งพาความซับซ้อนใดๆ ทั้งนั้น คิดว่าตัวเองคงไม่กล้า ‘โป๊’ ความรู้สึกได้เหมือนพี่ติ๊กต่อกแน่ๆ

ในขณะเดียวกัน ระหว่างเดินทางตามรอยย้อนความทรงจำไปกับตัวหนังสือของพี่ติ๊กต่อก ก็เห็นเงาของตัวเองในเรื่องพี่ติ๊กต่อกกับเรื่องของเอริด้วย เมื่อหลายเดือนก่อน ก็เพิ่งบ้าระห่ำวิ่งตามความรู้สึกตัวเอง ไปพบใครคนนึงที่ติดต่อกันมานานร่วมปีเหมือนกัน เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าความสัมพันธ์นี้จะไปต่อทางไหน เป็นการเดินทางที่ได้คำตอบ แต่จนทุกวันนี้ก็ยังไม่กล้าย้ำคำตอบนั้นกับตัวเองอย่างเด็ดขาดเลยค่ะ

ถึงยังงั้น เรื่องของพี่ติ๊กต่อกกับแดน หรือเรื่องของเอริกับสาวที่บราซิลก็เหมือนส่งสารมาให้กลายๆ ว่า บางทีชีวิตก็อนุญาตให้เรารู้จักคนนี้ในรูปแบบนี้ ในช่วงเวลานี้ ได้สานสัมพันธ์กันแบบนี้ ถึงตอนนี้จะยังอยู่ในช่วงสะอึกสะอื้นอยู่ แต่หวังว่าวันนึงจะมองย้อนกลับมา แล้วเห็นแง่มุมงดงามของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้ได้ค่ะ

ขอบคุณที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมานะคะ

จากคนอ่านคนหนึ่ง

 

t1

[blog] ชวนซื้อหนังสือ และชวนอ่านซีรีส์เรื่องเล่า

[ขายของ+บอกเล่า]

 

t1

 

(1)
นับถึงตอนนี้ หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ออกมาได้ครบ 10 เดือนแล้วค่ะ
และเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตฉันพอดี

ฉันกำลังว่างงานค่ะ
แต่เหมือนที่บอกเพื่อนคนหนึ่งไว้ … “แต่หนี้มันก็ไม่ได้ว่างงานไปกับเราด้วยหรอก”
จริงที่สุดเลย

ตอนที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว เซนเซที่สอนวิชา Labor Economics เคยพูดตอนเปิดคลาสว่า ภาวะว่างงานเป็นภาวะที่ไม่ได้กระทบต่อมนุษย์คนหนึ่งแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นระยะยาว ซ้ำๆ มันจะส่งผลต่อจิตใจ ความเชื่อมั่น และศักยภาพของมนุษย์ตัวเล็กๆ ได้ เรียกได้ว่าเราอาจสูญเสียศรัทธาที่มีต่อชีวิตไปได้เลย

ฉันฟังแล้วถึงกับร้องโหย… เซนเซจริงจังเนอะ

แต่เพราะเรื่องภาวะว่างงานมันกระทบต่อ “แรงงาน” หรือมนุษย์ในสังคมจริง รัฐจึงให้ความสำคัญ จะเห็นได้ว่า เรามักเห็นรัฐหมกมุ่นกับตัวเลขภาวะว่างงานอยู่เสมอ

ถ้ามองในแง่ตัวเลข มันก็คือตัวเลข ถ้ามองในแง่ชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง มันก็คือชีวิต

แฮร่…พูดซะดูเศร้าเลย แต่ฉันไม่ได้เศร้าหรอกค่ะ

เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเข้ามา เราก็แค่ต้องหาทางรับมือกับมัน … ก็เท่านั้น

ฉันเลยใช้เวลาใคร่ครวญและตอบคำถามเรื่องค่าใช้จ่ายของตัวเอง ได้คำตอบเป็นตัวเลขมาส่วนหนึ่ง แล้วจากตัวเลขนั้น ก็เลยนำมาซึ่งภารกิจส่วนตัวที่แอบตั้งไว้

ทรัพยากรที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ก็คือหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ประมาณ 100 เล่ม เล่มนึงขายอยู่ที่ 275 บาท ฉันเลยตั้งใจจะทำภารกิจว่า เดือนนี้จะขายหนังสือให้ได้ 100 เล่ม

ขณะเดียวกันก็จะช่วยร้านหนังสือต่างๆ โปรโมททางออนไลน์ด้วย

แต่นั่นไม่ใช่ภารกิจเดียวที่จะทำค่ะ

 

 

(2)
เมื่อเช้าขณะไปวิ่ง (ว่างงานยิ่งมีเวลาออกกำลังค่ะ) ฉันก็คิดถึงทรัพยากรหรือต้นทุนที่ตัวเองมีอยู่ ฉันเลยคิดว่าน่าจะนำต้นทุนนี้มาแบ่งปันกับคนอื่นบ้าง

ต้นทุนนั้นคือ ประสบการณ์ในการทำงานหนังสือและนิตยสารค่ะ

นิตยสารที่เห็นอยู่ในภาพ ไม่ใช่นิตยสารที่ฉันเคยทำหรอกนะคะ แต่ฉันก็เติบโตมากับนิตยสารเล่มนี้ (และเล่มอื่นๆ เหมือนกัน)

ในยุคที่คนเราแทบจะไม่ซื้อนิตยสารรายปักษ์ หรือรายเดือนกันอีกแล้ว (ขนาดฉันยังไม่ซื้อมาตั้ง 2 ปีเลยค่ะ เพิ่งซื้อเล่มนี้ในรอบ 2 ปีเลย) ฉันอยากย้อนเล่าประสบการณ์ของชีวิตที่พัวพันกับสื่อสิงพิมพ์ดู

ซึ่งอันนี้ตั้งใจว่าจะเขียนลงบล็อก (และเพจ) ทุกวันค่ะ … ซึ่งอ่านได้ฟรี แต่อาจจะมีแทรก tie in หนังสือของตัวเองเข้าไปบ้าง แฮร่

จะเริ่มวันเสาร์นี้วันแรก (4 สิงหาคม 2018 – ต้อนรับคอนเสิร์ตในไทยของ Wanna One เลย)

 

 

(3)
ถ้ายังไง ฉันถือโอกาสฝากภารกิจทั้ง 2 ไว้ด้วยนะคะ

อันแรก ขายของ = หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” ซึ่งคุณสามารถสั่งซื้อได้ในราคารวมค่าส่ง 345 บ. โดยดูรายละเอียดการโอนได้ที่ลิงก์นี้ : https://bit.ly/2vuDt3Z

อันที่สอง บอกเล่า = รวมบทความซีรีส์เกี่ยวกับการทำงานในวงการหนังสือและนิตยสาร ซึ่งฉันคิดว่ามันก็เป็นอาชีพหนึ่ง ที่น่าจะถูกบันทึกวิธีการทำงานไว้

หวังว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดีกับทั้ง 2 ภารกิจ ค่ะ

 

____

Like: fb.me/deartiktok
Follow: twitter.com/deartiktok
Blog : deartiktok.wordpress.com