ในโลกที่สิ่งซึ่งเรารู้จักกำลังล่มสลาย เราก็แค่ต้องสร้างสิ่งใหม่ขึ้น

ช่วงหนึ่งที่ย้ายกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ฉันเคยเกิดภาวะแอนตี้ความเป็นเมืองหน่อยๆ อาการแอนตี้นี้ลามไปถึงทุกสิ่งทุกแขนงที่ดูล้ำสมัย ฉันคิดไปเอง ว่ามันดูโม้ จับต้องไม่ได้ และไม่เชื่อมต่อกับชีวิตของผู้คนจริงๆ อย่างถึงที่สุด

ตอนที่ Drone เปิดตัว และต่อมาก็เริ่มเป็นกระแส ฉันเห็นเพื่อนในแวดวงเอเจนซี่และอีเวนท์ (หรือแม้กระทั่งสื่อและพีอาร์) เริ่มพูดถึงมัน ฉันกลอกตา ตอนนั้นสารภาพว่าฉันทำตัวเป็นคนแก่หลงยุค คล้ายๆ ตาลุงคนหนึ่ง*ที่โพสโวยวายเรื่องโฆษณาชุดชั้นในที่ปรากฎอยู่บนเว็บข่าวออนไลน์แห่งหนึ่งนั่นแหละ ฉันแอนตี้กลุ่มคำศัพท์ใหม่ๆ จำพวก AI, Big data ประเทศไทยยังมีคนสนับสนุนรัฐประหารอยู่เลย และเราก็ยอมให้กองทัพเอาเงินไปซื้อเรือดำน้ำได้มากกว่าเอาเงินมาทำ Universal Healthcare Policy แล้วจะหวังอะไรกับคำล้ำสมัย สิ่งประดิษฐ์สร้างที่น่าทึ่งพวกนั้น มันแค่ความหวือหวาจากโลกตะวันตก ที่คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงประเทศไทย หรือเสกการเลือกตั้งครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นได้เร็ววันหรอก

แต่แล้วฉันก็รู้จัก Elon Musk ผู้ชายน่าทึ่งคนหนึ่งที่เพื่อนร่วมงานหลายคนเคยบอกว่าเขาเป็นคนร้ายกาจ ฉันนั่งดู Elon พูดใน Ted Talk แล้วมีอะไรบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกทึ่ง ในโลกนี้มีมนุษย์คนหนึ่งที่ฝันใฝ่และเชื่อมั่นได้ขนาดนี้เชียวเหรอ อะไรนะ? มนุษย์ธรรมดาก็สามารถเดินทางไปดาวอังคารได้? อะไรนะ? รถยนต์ไฟฟ้าที่แล่นได้และมีสถานีให้เติมไฟกระจายอยู่ทั่วอเมริกา ที่สำคัญ ชาร์จไฟฟรีตลอดชีพ? อะไรนะ? Hyperloop ความเร็วสูงจาก LA ไป Vegas แค่ 30 นาที? โห…ไม่บ้ามาก ก็คงต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์มากนะเนี่ย ฉันคิด จากจุดนั้น ฉันเลยค่อยๆ ปรับทัศนคติที่มีต่อความล้ำสมัย แล้วค่อยๆ มองออกไปให้กว้าง ว่าเทคโนโลยีสามารถทำให้บางสิ่งเก่าล่มสลาย และบางสิ่งใหม่พร้อมจะงอกเงยเพื่อสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่ … ฉันกำลังค่อยๆ ปรับสายตา

คำว่า Drone โผล่มาในวงจรชีวิตอีกระลอก, แน่ล่ะ มาจากชายหนุ่มรุ่นใหม่คนหนึ่งในชั้นเรียนปริญญาโทที่โตได จริงๆ เขาศึกษาด้านวิศวกรรรมพลังงานนิวเคลียร์ แต่ชอบเดินทาง และลองของใหม่ หลายปีก่อนเขาเริ่มนำ Drone มาใช้ถ่ายรูปป่าเขาลำนำไพรที่เขาดั้นด้นไปไม่ถึง มันทำให้เราได้เห็นภาพในจุดที่เราไม่เห็น อย่างเช่น จุดที่เป็นจุดอันตราย เสี่ยงตาย หรือเสี่ยงรังสีร้ายแรง ขณะเดียวกัน พอฉันกลับมาทำงานที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ทำงานร่วมกับ อบต. อบจ. วัดวา ชุมชน และผู้ว่า ฉันพบว่า กลุ่มถ่ายภาพแถวนี้ ก็ใช้ Drone ในการถ่ายภาพมุมสูงขณะเกี่ยวข้าว ถ่ายภาพตอนน้ำท่วมเมืองหนองบัวลำภูเพื่อใช้ในการระบุเส้นทาง อย่างน้อยเทคโนโลยีก็ยังมีประโยชน์ต่อผู้คน เราแค่ต้องเรียนรู้การใช้งานที่เหมาะสมสินะ

ในวงการเอเจนซี่หรืออีเวนท์ ก็มีคนนำ Drone ไปใช้จำนวนมาก แน่นอนว่าหลักๆ เพื่อสร้างความรู้สึก WOW, ก็มนุษย์น่ะเนอะ เราทุกคนล้วนอยู่เพื่อช่วงเวลาเหล่านั้นแหละ … ช่วงเวลาที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ช่วงเวลาที่รู้สึกว่า มีความหมายและน่าจดจำ

ในวงการ E-commere หรือร้านค้าออนไลน์ที่คนไทยคุ้นเคย เหมือนจะเริ่มมีการพูดถึง Drone ในแง่การส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้ว ฉันไม่แน่ใจว่ามีเจ้าไหนทำไปหรือยัง จริงๆ จะส่งโดย Drone หรือส่งโดย LineMan หรือเจ้าเดลิเวอรี่ไหน ก็คล้ายคลึงกันในแง่ฟังก์ชั่นนั่นแหละ คือคนรับได้รับของ แต่ถ้าส่งโดย Drone ในภาวะน้ำท่วมแล้วประหยัดเงินค่าส่งกว่า คนคงเริ่มอยากหันมาส่งสินค้าทางนี้ … และแน่นอนว่า รัฐอาจออกนโยบายมาควบคุมอีกที (ซึ่งควรต้องกำหนดให้เหมาะกับยุคสมัย)

สองปีที่แล้ว Swiss Post หน่วยงานกลางไปรษณีย์ของสวิสเริ่มทำการทดสอบการใช้ Droneในการจัดส่งไปรษณีย์และพัสดุ ความที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้ผู้คนเริ่มส่งจดหมายและพัสดุไปรษณีย์หากันน้อยลง รายได้ของ Swiss Post ในช่วง 2-3 ปีหลังตกต่ำลง ผู้บริหารจึงเริ่มมองหาช่องทางใหม่ๆ และคิดว่า ในโลกที่สิ่งเก่าอาจกำลังล่มสลาย องค์กรก็ควรปรับตัว และอ้าแขนรับสิ่งใหม่ แนวคิดเรื่องทดลอง Drone มาใช้ส่งของจึงเกิดขึ้น และในปี 2017 นี้ Swiss Post เพิ่งประสบความสำเร็จ กับการนำร่องส่งตัวอย่างอุปกรณ์ห้องแล็บระหว่างสองโรงพยาบาลในประเทศสวิส และคาดว่าจะเปิดให้บริการจัดส่งแบบนี้ได้ในปี 2018**  เรื่องนี้อาจสอนให้รู้ว่า การมีผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์นั้น พวกเขาจะไม่ต่อต้านความเปลี่ยนแปลง พวกเขาเข้าใจว่าเมื่อบางสิ่งถึงเวลาต้องล่มสลาย เราแค่ต้องปรับตัว และใช้พลังไปกับการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นดีกว่า

สารภาพว่าฉันยังคงเป็นมนุษย์ที่ชอบเขียนจดหมายลงกระดาษ ทั้งยังไม่คิดว่าตัวเองจะมีปัญญาเดินทางไปดาวอังคาร ทุกวันนี้ก็ยังใช้รถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมันอยู่ … เทคโนโลยีหลายอย่างผ่านเข้ามาในการรับรู้ มันอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือทางเลือกในการดำเนินชีวิตของฉันในขณะนี้ แต่ฉันก็กำลังเฝ้ารออย่างตื่นเต้นว่า สิ่งใหม่ที่ศักยภาพของมนุษย์จะสร้างขึ้นในอนาคตนั้น จะมีบทบาทอย่างไรในการเปลี่ยนแปลงชนบทไทยอย่างไรได้บ้าง

จากระเบียงบ้านพัก ฉันมองออกไปเห็นทุ่งนารกร้างที่กำลังรอฝนมาเยือน

ฉันปรับสายตา และคิดถึงประโยคหนึ่ง

“ในโลกที่สิ่งซึ่งเรารู้จักกำลังล่มสลาย เราก็แค่ต้องสร้างสิ่งใหม่ขึ้น”

เท่านั้นเอง

Note:

* ที่มา https://thematter.co/thinkers/clash/digitalliteracy-notporn/20887

** ที่มา http://aircargoworld.com/swiss-post-matternet-pioneer-medical-drone-delivery/

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s