เหนือกว่าที่คาดไว้

[series ว่าด้วยการงาน และสิ่งที่ได้เรียนรู้ #1]

“เหนือกว่าที่คาดไว้”

ขออนุญาตเล่าเรื่องส่วนตัวหน่อยนะคะ

เราเพิ่งสั่งพิมพ์โปรเจ็กต์อะไรบางอย่างกับทางโรงพิมพ์ชื่อ “ภาพพิมพ์” ไปค่ะ
จริงๆ แล้ว นับจากเริ่มทำโปรเจ็กต์กับภาพพิมพ์ ตั้งแต่หนังสือ on demand พิมพ์ครั้งที่ 1 ไปจนหนังสือพิมพ์ครั้งที่ 2 และมาถึงโปรเจ็กต์พิเศษนี้

โรงพิมพ์ภาพพิมพ์ได้ให้บทเรียนที่สำคัญหนึ่งของการทำงานแก่เราอย่างมาก
ทุกครั้งของการส่งงาน ถ้าเราสั่งผลิตสินค้าจำนวนเท่านี้ไป ภาพพิมพ์จะมีสินค้ามาแถมให้มากกว่าที่สั่งผลิตไปเสมอ

ครั้งแรกตอน on demand เราก็คิดว่า “โอ้ว ดีจัง”
ครั้งที่สอง ตอนพิมพ์ครั้งที่ 2 เราก็คิดว่า “อ๋อ พิมพ์เยอะขึ้น คงแถมเพราะพิมพ์เยอะขึ้นแหละ”
ครั้งที่สาม โปรเจ็กต์พิเศษ สั่งผลิตน้อยมาก โดยไม่ได้คาดหวังอะไร แต่เมื่อเจอซองที่ภาพพิมพ์ผลิตแถมมาให้ ก็แอบรู้สึกถึงคำว่า “เหนือกว่าที่คาดไว้” ขึ้นมาทันที

คำแนะนำจากกูรูฝั่งตะวันตกสักคน เคยพูดไว้ “deliver beyond expectation” ตอนอ่านเจอ เราไม่ได้คิดอะไรกับประโยคนี้ต่อ

จนมาเจอกับการทำงานของภาพพิมพ์ ที่ “เหนือกว่าที่คาดไว้” ก็เลยรู้สึกว่า มันคือสิ่งนี้สินะ ที่กูรูคนนั้นพูดไว้

ความรู้สึกที่ได้รับ ความเหนือคาด มันจะเป็นอะไรที่จะฝังแน่นในใจคนรับอย่างยาวนาน

ในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์, เราไม่แน่ใจนักว่า แท้จริงแล้ว คนเราควรให้อะไรที่ “เหนือกว่าที่คาดไว้” ดีไหม

ในแต่การทำงาน,​ เราค่อนข้างมั่นใจ

คนที่ “deliver beyond expectation” มักเป็นคนที่พวกเราจะจดจำเขาในแง่ดีเสมอ

และเราย่อมอยากทำงานกับเขาอีก
ซ้ำๆ เรื่อยไป อย่างแน่นอน

#Work#Life#Lesson

sakura-cover-1-draft cv

Advertisements

แจ้งพิกัด “ซากุระ, ซาโยนาระ”

IMG_20171207_151814

“ซากุระ,​ ซาโยนาระ” โดย Tiktok

“หลังจากเบ่งบานและร่วงโรย, ทุกปี ซากุระจะกลับมาใหม่เสมอ ผู้คนในชีวิตก็เช่นกัน”

หนังสือรัก ที่ไม่มีคำว่า “รัก”

ว่าด้วยความทรงจำที่ยังคงผลิบาน ย้อนรอยการเดินทางสู่คิวชู คันไซ และโตเกียว

สำหรับใครที่ตามหาหนังสืออยู่ ค้นหากันได้ที่พิกัดเหล่านี้

 

 

 

1.ร้านหนังสือก็องดิด The Jam Factory ตรงคลองสาน

โทร : 02-861-0967

เว็บไซต์ : http://www.candidebooks.com/product/ซากุระ-ซาโยนาระ/

พิกัด : https://goo.gl/maps/P8NuvzmAfrj

 

 

2.ร้าน Bookmoby
ชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

โทร: 086-374-3464

เว็บไซต์ : www.facebook.com/bookmoby

พิกัด : https://goo.gl/maps/bjAfRWrEumA2

 

 

3.แกลลอรี่ กาแฟดริป Gallery Drip Coffee
ชั้น 1 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

โทร: 081-917-2131

เว็บไซต์ : www.facebook.com/GalleryDripCoffee

พิกัด : https://goo.gl/maps/zajkQTot9pC2

 

 

 

4. Ease Cafe & CoWorking space (อารีย์)

โทร: 092-828-5424

เว็บไซต์ : www.facebook.com/Easebkk/

พิกัด : https://goo.gl/maps/KDewXGdoQPx

 

 

5. 10 ml. Cafe Gallery 
ซอยวิภาวดี 16/6

โทร: 089-465-6915

เว็บไซต์: www.facebook.com/10mlcafegallery/

พิกัด : https://goo.gl/maps/Sv1CuQWr3CM2

 

 

 

6.ร้านหนังสือออนไลน์ Readery

เว็บไซต์ : http://readery.co/9786164451148

 

 

IMG_20171207_150455.jpg

 

 

 

 

ขอบคุณมากค่ะ

 

จะสั่งซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” 1 เล่ม ทำอย่างไรดี

สำหรับคำถามนี้

“จะสั่งซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” 1 เล่ม ทำอย่างไรดี? บล็อกนี้มีคำตอบค่ะ

 

ตอนนี้สั่งหนังสือได้แล้วค่ะ ขั้นตอนการสั่งซื้อคือ

1. โอนเงิน 345.- บาท เป็นราคารวมค่าจัดส่งแล้ว ไปที่บัญชี
หัทยา ภูดี

ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 155-214407-1
ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 691-0-21092-1
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 152-438157-9
Promtpay หมายเลขโทร. 0649691456 (หัทยา ภูดี)

 

2. กรอกชื่อ-ที่อยู่ รายละเอียดการจัดส่งที่
https://goo.gl/HzVaoS

3. พร้อมแนบรูปถ่ายสำเนาการโอนเงินมาด้วย กดตรง attached file ในหน้า form นะคะ

4. รอรับหนังสืออยู่ที่บ้านได้เลย ประมาณ 5 – 10 วันค่ะ

 

 

สงสัยหรือมีข้อสอบถาม อีเมล tiktokthailand@gmail.com หัวข้อเรื่อง “ซากุระ, ซาโยนาระ”

หรือหลังไมค์หาที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ ได้เลยค่ะ

23844759_1361339480661897_7662750106214880800_n

 

ถึงคุณ…ถ้าเราเคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิต

 

IMG_20171207_150455.jpg

สวัสดีค่ะ

ฉันตั้งใจเขียนอีเมลนี้หาคนที่ฉันมี contact ไว้ จุดมุ่งหมายเพื่อแจ้งข่าวว่า หลังจากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นมา 2 ปี ฉันได้รวบรวมประสบการณ์นั้น เขียนหนังสือออกมา 1 เล่ม

ต้นฉบับร่างแรกสุดของหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นที่กรุงโตเกียว ก่อนที่จะถูกขัดเกลาจนออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ตอนที่เริ่มต้นเขียนนั้น เป็นช่วงกึ่งกลางของธีสิสปริญญาโทพอดี ที่ฉันเจียดเวลาในช่วงธีสิสมาเขียนหนังสือเล่มนี้ เพราะอยากบันทึกความทรงจำถึงเพื่อนคนหนึ่งไว้ และฉันคิดว่า ถ้าฉันไม่เริ่มต้นเขียนในตอนนั้น ความทรงจำบางอย่างอาจหล่นหาย … และฉันอาจไม่ได้เขียนถึงมันอีกเลย

นั่นคือจุดเริ่มต้นแรกสุด ที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้น

 

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “ซากุระ, ซาโยนาระ” เป็นหนังสือที่ฉันใช้เงินทุนส่วนตัวจัดพิมพ์ขึ้นมาเองค่ะ โดยไม่ได้ผ่านสำนักพิมพ์ใดๆ

สำหรับชื่อหนังสือนั้น ถ้านับตามไวยากรณ์แบบญี่ปุ่นแล้ว การตั้งชื่อแบบนี้ถือว่าผิดหลักภาษาอย่างยิ่ง แต่หลังจากพูดคุยกับหลายผู้คน ฉันตัดสินใจใช้ชื่อนี้ เพราะคิดว่ามันสะท้อนเนื้อหาในหนังสือได้เป็นอย่างดี ฉันชอบความเบ่งบานของซากุระ ขณะเดียวกัน การร่วงโรยของมัน ก็ทำให้ฉันตระหนักถึงอะไรบางอย่าง

คุณเคยเห็นซากุระไหมคะ

เมื่อคิดถึงซากุระ ความทรงจำไหนบ้างที่โผล่มาทักทายคุณ
สำหรับฉัน ทุกครั้งที่นึกถึงซากุระ ความทรงจำถึงเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะโผล่ขึ้นมาเสมอ

ความทรงจำถึงผู้คน ที่เราพานพบและลาจากในชีวิต

ฉันคิดถึงสิ่งเหล่านั้น

 

 

ถ้าเราเคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิต และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วสนใจอยากรู้จักหนังสือเล่มนี้มากขึ้น ฉันอยากขอร้องคุณดังนี้

1)ถ้าคุณกำลังมองหาของขวัญปีใหม่ ไม่ว่าให้ตัวเอง หรือให้ผู้คนในชีวิต แล้วคุณมีงบประมาณอยู่ราวๆ 345 บาท ฉันอยากลองให้คุณพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู

2)ถ้าคุณกำลังวางแผนจะไปดูซากุระบานที่ญี่ปุ่น ในช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายน ปี 2561 ฉันอยากให้คุณลองพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู … แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า มันไม่ใช่หนังสือไกด์บุ๊ค แต่ฉันเชื่อว่า มันจะทำให้คุณเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบของซากุระมากขึ้น อีกสักนิด

3)ถ้าคุณรู้จักใครที่สนใจญี่ปุ่น กำลังวางแผนจะไปดูซากุระบาน หรือแม้กระทั่งอยากหาหนังสือสักเล่ม เพื่อส่งมอบให้ใครสักคนเป็นของขวัญ ฉันอยากให้คุณลองพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู

4)ถ้าคุณไม่อยู่ในสามกลุ่มข้างต้นเลย ไม่เป็นไรค่ะ แต่หากคุณพอมีเวลา ฉันอยากรบกวนช่วยแชร์ข่าวหนังสือเล่มนี้ในพื้นที่โซเชียลมีเดียของคุณได้ไหม

 

และสำหรับคนที่สนใจอยากพลิกอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งอยากสั่งซื้อ นี่คือรายละเอียด

ชื่อหนังสือ : ซากุระ, ซาโยนาระ
ราคา :  275 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง สั่ง 3 เล่มขึ้นไป ฟรีค่าจัดส่งภายในประเทศ)
จำนวนหน้า : 325 หน้า
พิมพ์ครั้งที่ 2: ธันวาคม 2560 
เขียนโดย : Tiktok

สำหรับคนที่ต้องการอ่านตัวอย่าง เพื่อทำความรู้จัก (ตัวหนังสือ)​ กันก่อน ดูได้ที่

  • อ่านตัวอย่างของหนังสือได้ที่ (issuu) – https://goo.gl/25R4Zv
  • หรือจะดาวน์โหลดตัวอย่างบางส่วนแบบ PDF ไฟล์ – https://goo.gl/pLMTxv

 

 

ช่องทางการจำหน่าย

คุณสามารถซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” แบบตัวเล่ม ได้  3 ช่องทาง

1)สั่งซื้อโดยตรงกับผู้เขียน ซึ่งก็คือฉันเอง โดยส่งอีเมลเข้ามาที่ tiktokthailand@gmail.com โดยระบุจำนวนเล่มที่สนใจสั่งซื้อ ทั้งนี้มีค่าขนส่งเพิ่มเติม 70 บาท แต่หากซื้อ 3 เล่มขึ้นไป จัดส่งฟรี (ในประเทศ)

ถ้าจะสั่งซื้อ 1 เล่ม สามารถโอนเงิน 345.- บาท เป็นราคารวมค่าจัดส่งแล้ว ไปที่บัญชี
หัทยา ภูดี

ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 155-214407-1
ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 691-0-21092-1
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 152-438157-9
Promptpay หมายเลขโทร. 0649691456 (หัทยา ภูดี)

จากนั้นเข้าลิงก์นี้   https://goo.gl/HzVaoS เพื่อกรอกชื่อ-ที่อยู่ รายละเอียดการจัดส่ง

และรอรับหนังสือภายใน 5-10 วัน

 

2)หลายคนอาจจะเขิน ลำบากใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ เวลาต้องสั่งซื้อโดยตรงกับผู้เขียน แต่ก็อยากสั่ง เรามีทางเลือกให้ค่ะ คุณสามารถสั่งซื้อได้ทางร้านหนังสือออนไลน์ชื่อ Readery (http://readery.co) เป็นร้านที่น่ารักมาก สโลแกนคือ Reading is Sexy  วิธีชำระเงินก็มีให้เลือกหลายทาง ลองดูนะคะ

3)สำหรับคนที่ชอบไปร้านหนังสือ อยากหยิบจับพลิกดูก่อน อยากลองเปิดดูว่าจะชอบไหม อยากพิจารณาใคร่ครวญก่อนสักนิด … แล้วค่อยซื้อ

คุณสามารถซื้อหาได้ที่ร้านหนังสืออิสระใน กทม. โดยตอนนี้ มีวางขายแล้วตามรายชื่อในลิงก์นี้
https://goo.gl/nLPXyD

  • ร้านก็องดิด (Candide) The Jam Factory
  • ร้าน Bookmoby ชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
    ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
  • แกลลอรี่ กาแฟดริป Gallery Drip Coffee
    ชั้น 1 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
    ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
  • Ease Cafe & CoWorking space (อารีย์)
  • 10 ml. Cafe Gallery 
    ซอยวิภาวดี 16/6

 

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ฉันขอขอบคุณมากๆ ค่ะ

และไม่ว่าคุณจะสนใจหนังสือหรือไม่ก็ตาม ฉันอยากฝากแชร์ลิงก์นี้หน่อยนะคะ หากไม่รบกวนมากเกินไป

Link – https://deartiktok.wordpress.com/2017/11/19/ถึงคุณถ้าเราเคยรู้จัก/

 

 

 

บทหนึ่งในหนังสือเขียนไว้ว่า

“ผู้คนที่เราพบ เปลี่ยนแปลงเราไม่มากก็น้อย”

ในจังหวะหนึ่งของชีวิต ฉันดีใจที่เราได้พบกันค่ะ

 

 

Tiktok

ก่อนปีเฮย์เซย์ 29 จะผ่านพ้น

 

sakura-cv-spread-01

 

หมายเหตุ: หากคุณเป็น Press และต้องการไฟล์ภาพเพื่อนำไปบอกเล่าต่อ สามารถดาวน์โหลดภาพและตัวอย่างบางส่วนของหนังสือได้จากลิงก์นี้ค่ะ – https://goo.gl/b1S5r7

หรือสอบถาม tiktokthailand@gmail.com

Sakura, Sayonara พิมพ์ครั้งที่ 2

 

sakura-cv-spread-01

 

สวัสดีค่ะ

จะบอกว่า เรามีข่าวดีมาแจ้งคือ เราตัดสินใจพิมพ์หนังสือ “ซากุระ,​ ซาโยนาระ” ครั้งที่ 2 เพื่อต้อนรับปีใหม่ “เฮย์เซย์” 30 ที่กำลังจะมาถึงค่ะ

 

ข้อมูลหนังสือ

ชื่อหนังสือ: ซากุระ, ซาโยนาระ / เขียนโดย Tiktok

ราคาปก 275 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่งลงทะเบียนภายในประเทศ)

หนังสือหนา 328 หน้า

ค่าจัดส่ง :แบบลงทะเบียน 70 บาท ระยะเวลาการจัดส่งไม่เกิน 10 วันทำการ สามารถเช็คสถานะของพัสดุได้ทางเว็บไซต์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

Free Shipping : หากสั่ง 3 เล่มขึ้นไป ฟรีค่าจัดส่ง 

 

 

UPDATE:

SAKURA, SAYONARA 2nd edition

 

Update: 20 Nov 2017

1)ทำความรู้จักกันก่อน (สักนิด) สำหรับท่านที่อยากดูตัวอย่าง สามารถคลิกอ่านตัวอย่างของหนังสือได้ที่ – https://goo.gl/25R4Zv

2)ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 จะมีวางขายในร้านหนังสือบางร้าน (เดี๋ยวจะอัพเดทรายชื่อช่วง 15 ธันวาคม 2560 ค่ะ) รอติดตามได้เลยค่ะ

3)สำหรับท่านที่ต้องการสั่งซื้อโดยตรงจากทางเรา สามารถอีเมลจำนวนเล่มที่ต้องการสั่งซื้อมาที่ tiktokthailand@gmail.com

หลังได้รับอีเมลแล้ว เราจะแจ้งเลขบัญชีสำหรับชำระเงินกลับไปค่ะ (ตอนนี้เราไม่ได้เปิดเผยเลขบัญชี เพราะกลัวสับสนว่าใครสั่งเข้ามาค่ะ อยากขอทำความรู้จักกันก่อนจะโอนเงินเนอะ )

 

ช่องทางการติดต่อทั้งหมด

อีเมล​: tiktokthailand@gmail.com

blog : deartiktok.wordpress.com

facebook page: deartiktok (กรุณาเข้าไปที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ แล้วกดส่งกล่องข้อความ)

หรือ LINE ID: tiktokthailand2

ลองอ่านก่อนได้ที่ https://goo.gl/25R4Zv

 

ข้างหลังปกมีเรื่องเล่า – ก่อนซากุระบาน (ปกแรกที่ไม่ได้ตีพิมพ์)

23467306_1346720412123804_5477018280064865193_o

 

 

#ก่อนซากุระบาน

เขียนถึง “ปก” ค่ะ

กว่าจะมาเป็นปก “ซากุระ, ซาโยนาระ” ฉากหลังท้องฟ้าสีสดใสแบบที่หลายคนชอบกันนั้น ปกแรกสุด เคยเป็นแบบนี้มาก่อนค่ะ

อันนี้เป็นปกร่างแรกที่เราชอบมาก แต่เหตุผลที่ไม่ได้ใช้ปกนี้เพราะเราไม่แน่ใจว่า ผู้อ่านที่เป็นผู้ชาย จะรู้สึกว่าปกมันหวานไปไหม

เราเลยมาถึงปกร่างสองกัน ซึ่งเป็นปกแนว abstract หน่อย เกี่ยวกับซากุระที่ร่วงหล่นจากสองทิศ แล้วมาเจอกันตรงกลางปก

ขณะเดียวกัน ฝ่าย Art ที่ออกแบบปก ก็ไปแอบคิดปกมาอีกแบบ แล้วส่งมาให้ดู ซึ่งก็คือปกฉบับจริงที่ทุกคนเห็นกันนั่นแหละค่ะ

ลงท้ายแล้ว ถ้าใครจะบอกว่า ปกสวย ก็ต้องขอบคุณฝ่าย Art มากๆ ค่ะ เพราะเหมือนว่าอ่านเกมขาด นำเสนอปกที่คนเขียนไม่ได้เอ่ยปากขอไปด้วยซ้ำ ซึ่งจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังแอบงงว่า รู้ได้ยังไงว่าชอบสีฟ้า … คนเขียนชอบสีฟ้า blue sky มากค่ะ แต่คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่าคนเขียนชอบสีชมพู

แต่ปกร่างแรกที่มีความเป็นชมพูหวานปะปนกับขาว ก็เป็นปกที่ชอบมากนะคะ โดยส่วนตัวแล้วอยากใช้ปกนี้มากค่ะ

#ข้างหลังปกมีเรื่องเล่า

 

 

เดินเล่นกับความทรงจำ

“เดินเล่นกับความทรงจำ”

แปลกดี ทั้งๆ ที่ประเทศโลกที่ 1 จำนวนไม่น้อยล้วนมีระบบขนส่งทางรางที่ดีงาม แต่เมื่อนึกถึงรางรถไฟ และความโรแมนติก ฉันมักคิดถึงรางรถไฟในญี่ปุ่นเสมอ

อืม จริงๆ ก็ไม่ใช่ทุกรางรถไฟในญี่ปุ่นหรอกนะที่ดูโรแมนติกน่ะ
เพียงแต่ฉันมีสถานที่แห่งความลับแห่งหนึ่งที่ชื่นชอบในโตเกียว ซึ่งฉันยังไม่เคยบอกใครมาก่อน

อืม … เขียนผิดอีกล่ะ ฉันเคยบอกไปแล้วสามครั้ง กับคนสี่คน ต่างกรรมต่างวาระกัน

สถานที่แห่งความลับแห่งนั้น คือเนินข้างรางรถไฟ ที่มีสะพานลอยอยู่ข้างๆ พื้นที่จะอยู่ใกล้ๆ สถานี JR Nippori แต่ไม่ใช่สะพานใหญ่ตรงสถานีรถไฟเลยนะ เป็นสะพานย่อยอีกอันหนึ่ง โดดเดี่ยวออกมา แต่เป็นเส้นทางสัญจรเช่นกัน เพราะมันเชื่อมย่านนิปโปริเข้ากับสุสานแห่งหนึ่ง สุสานแห่งนั้นชื่อ สุสานยานากะ

ตรงสุสานนั่นมีต้นซากุระอยู่จำนวนมาก แต่ต้นที่ฉันชอบที่สุดจะอยู่ตรงเนินที่ติดกับรางรถไฟ ทุกปีเวลาที่ซากุระต้นนี้เบ่งบาน ฉันมักรู้สึกเสมอว่า มันเป็นความงามที่งอกเงยโดยมีความทรงจำของผู้คนคอยหล่อเลี้ยง

ก็บริเวณนั้นเป็นสุสานนี่นา … ความทรงจำของคนที่จากไป อาจจะกลายเป็นปุ๋ยคอยหล่อเลี้ยงต้นซากุระก็ได้นะ

ฉันคิดว่าต้นซากุระนี้โรแมนติกดี พอๆ กับที่คิดว่า สุสานที่อยู่เคียงข้างกับรางรถไฟก็โรแมนติกแบบประหลาด
มันเป็นความไม่ลงรอยที่ฉันชอบขนาดแอบทำลิสต์ส่วนตัวว่า นี่คือสถานที่ซึ่งเหมาะกับการเดทมากที่สุดในโตเกียว

“เดทกันที่สุสานที่อยู่ข้างรางรถไฟนี่นะ?” น้องคนหนึ่งทำเสียงตกใจนิดหน่อยตอนที่ฉันเล่าถึงความคิดก้อนนี้ให้ฟัง

อืม…ฉันไม่เคยมีประสบการณ์เดทที่สุสานหรอก แต่ฉันชอบพื้นที่ตรงนี้มาก ในวันที่เกิดคำถามหรือต้องการคุยกับตัวเอง ฉันมักจะเดินมายังพื้นที่ตรงนี้ เดินขึ้นสะพานลอย หยุดยืนอยู่ตรงกึ่งกลาง จ้องรางรถไฟ ดูรถไฟหลากหลายแบบที่เคลื่อนที่ผ่านไป ฟังเสียงรถไฟ และจินตนาการถึงจุดหมายของผู้คนที่อยู่บนขบวนรถไฟเหล่านั้น

ตอนที่อยู่โตเกียว, ฉันเคยพาคนสี่คนไปยังพื้นที่แห่งนี้

คนแรกสุด คือ แดน, ใช่ แดนคนเดียวกับที่อยู่ในหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” นั่นแหละ
วันนั้น หลังจากกินราเมงร้าน Tetsu เสร็จแล้ว แดนถามว่าพื้นที่ไหนของโตเกียวที่ฉันชอบที่สุด ฉันเพิ่งมาถึงโตเกียวได้ไม่ถึงสามสัปดาห์ ไม่ค่อยรู้จักที่ไหน แต่จำได้ว่าตอบไปว่า ฉันชอบมายืนฟังเสียงรถไฟใกล้ๆ สุสานยานากะ

แดนอยากมาเห็นบ้าง ฉันก็เลยเดินพาแดนไป มันมืดแล้วล่ะ แต่สุสานก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร ยังมีผู้คนเดินไปเดินมา ทั้งเด็กเล็ก คนหนุ่มสาว คนทำงาน คนชรา ฉันจำไม่ได้แล้วว่าวันนั้นคุยอะไรกับแดนไปบ้าง จำได้แค่ว่า ฉันถ่ายวิดีโอที่รถไฟแล่นผ่านเก็บไว้ มีเสียงตอนที่เราคุยกันแทรกอยู่ในวิดีโอนด้วย แต่เสียงมันก็เบาบางและกระจัดกระจายมาก จนฟังไม่ได้ศัพท์เลยทีเดียว

วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่แดนอยู่ที่บ้านพักรวมซากุระเซนดากิ วันรุ่งขึ้นแดนก็จากไป

กลุ่มที่สองที่ฉันพาไปยังเนินสุสานที่ติดกับรางรถไฟก็คือ นิริน กับ หยดหยาด ทั้งสองเป็นสมาชิกของบ้าน TVXQ! Meeting ในพันทิป อาจฟังดูประหลาดหน่อยนึงว่าเรารู้จักกันได้ยังไง แต่ฉันรู้จักนิรินก่อน แล้วนิรินก็ชวนหยดหยาดมาเที่ยวย่านยานากะ ตอนนั้นเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิ ซากุระโรยราแล้ว แต่ดอกไม้อื่นก็เบ่งบานงดงาม เหมือนว่าหยดหยาดจะเป็นคนชอบสุสานมั้ง ฉันเลยพานิรินกับหยดหยาดมาที่สุสาน และพาเดินไปตรงเนินข้างๆ รางรถไฟนั้น

“เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฉันชอบที่สุดในโตเกียว” จำได้ว่าบอกออกไปอย่างนี้

กลุ่มสุดท้าย คนสุดท้ายที่ฉันพาไปเยือน พร้อมเล่าเรื่องนั่นนี่ยาวเหยียดให้ฟังก็คือน้องคนหนึ่งที่มาอยู่ญี่ปุ่นก่อนฉันเสียอีก เพียงแต่เธอปักหลักที่เกียวโตมาก่อน และไม่ค่อยคุ้นเคยกับโตเกียวมากนัก (ในตอนนั้น)

ฉันพาน้ำหวานไปที่สถานที่แห่งความลับของฉัน ในวันที่ 5 ก.ย. 2015 สองวันสุดท้ายก่อนที่ฉันจะบินกลับเมืองไทย

เป็นน้ำหวานนี่เอง ที่ฉันเผยความลับให้ฟังว่า นี่คือสถานที่ที่ฉันคิด (เอาเอง) ว่า เหมาะกับการเดทมากที่สุดในโตเกียว

มันอาจจะฟังดูเพี้ยนๆ หน่อย แต่ฉันชอบองค์ประกอบของ “สุสานที่อยู่บนเนินข้างรางรถไฟ และมีสะพานลอยที่พาเราข้ามไปสู่ย่านนิปโปริ” มาก

มากในระดับที่ว่า ถึงตอนนี้ ถ้ามีใครเดินมาถามว่า สถานที่ที่ซึ่งฉันชอบมากที่สุดในโตเกียวคือที่ไหน

ฉันจะตอบไปว่า

คือที่นั่น

และสถานที่ไหนที่ฉันอยากกลับไปเดินเล่นอีก

ก็คือที่นั่น

อยากกลับไปเดินเล่นกับความทรงจำ

พลางฟังเสียงรถไฟที่ค่อยๆ แล่นจากรางไป

พลางจินตนาการถึงความทรงจำหลากหลายที่ถูกกลบฝังอยู่ในสุสานแห่งนั้น

ที่นั่น

นั่นเอง

 

IMG_0761