จดหมายถึงปี 2003

 

ยากเสมอที่จะเขียนถึงเธอ,
แต่ฉันก็จะควานหาถ้อยคำจนเจอให้ได้

 

 

สวัสดีปี 2018

วันปีใหม่ผ่านมาได้ 18 วันแล้วสินะ
ปีใหม่ปีนี้เธอไปที่ไหนมา และทำอะไรบ้าง
เธอว่าโลกในปี 2018 ต่างกับโลกในปี 2003 ไหม

ปี 2003 โรคซาร์สระบาด คนฮ่องกงใส่แมสก์ปิดหน้ากันว่อนไปหมด อเมริกาเข้มงวดเรื่องคนเข้าประเทศมาก จอร์จ บุช คนลูกเพิ่งสั่งถล่มอิรัก และ,

นั่นคือช่วงเวลาที่เราได้เจอกัน
ฉันในวัย 22 และเธอในวัย 24 ปี

 

ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ปีนี้ เธอจะอายุ 39 ปี,​ ตื่นเต้นไหมที่อีกปีเดียวก็จะอายุ 40 แล้ว

“ถ้ายังมีชีวิตอยู่…” ฉันต้องเขียนอย่างนี้ เพราะฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ไหม
เป็นไงบ้าง ทำงานอะไร ยังชอบกินเบียร์อยู่ไหม สมัคร Facebook เป็นหรือยัง และคิดไงกับ Justin Bieber

และที่อยากรู้ที่สุด … เธอจะว่ายังไงบ้าง ถ้ารู้ว่าฉันเป็นติ่งเกาหลี

เธอ คนที่ในปี 2003 ไม่มีอีเมล เกลียดโลกออนไลน์ เทิดทูนสิ่งที่เรียกว่า Privacy – ตอนนี้เธอมีอีเมลหรือยังนะ

ถ้ายังมีชีวิตอยู่ …
ถ้ายังมีชีวิตอยู่ …
เราจะได้เจอกันอีกไหม

 

วันก่อน นาเดียถามถึงเธอด้วยนะ
จำนาเดียได้ไหม
แล้วจำติ๊กต่อกได้รึเปล่า

ยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม

ต้นฤดูใบไม้ผลิ วันแรกของฉันที่นั่น เธอเดินสวนผ่านมา เธอกับเพื่อนตัวโตหยุดแวะถามฉันกับเพื่อนๆ ว่า “จะไปกินข้าวเหรอ เดินไปถูกไหม” ฉันจำไม่ได้ว่าใครตอบไป เราไม่ได้คุยกันในวันนั้น สารภาพว่าฉันจำเพื่อนตัวโตของเธอได้ดีกว่าจดจำเธอเสียอีก

เราเจอกันอีกทีวันไหนสักวัน ฉันยืนมองโปสการ์ดอยู่ ฉันหาโปสการ์ดที่จะส่งกลับบ้าน เธอมายืนคุยอยู่ข้างหลัง ถามนั่นถามนี่สักอย่าง ก่อนจะชี้ว่า เธอชอบโปสการ์ดใบนี้นะ

ตอนที่ฉันบินกลับจากที่นั่น ฉันซื้อโปสการ์ดใบนั้นเก็บไว้
ทุกวันนี้โปสการ์ดใบนั้นก็ยังอยู่ในห้องนอนฉัน

 

ในช่วงเวลา 15 ปี มีอะไรเกิดขึ้นบนโลกนี้มากมายเลยเนอะ
บอกไป เธอต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่า ที่ประเทศไทย, บ้านเกิดที่มีเจดีย์เยอะๆ ของฉัน เราเจอการรัฐประหารไป 3 ครั้งแล้ว

อเมริกาก็เจอวิกฤต Subprime ถล่มอ่วมเลย
ยุโรปก็เจอวิกฤตเศรษฐกิจที่เริ่มต้นจากกรีซ
อังกฤษออกจาก EU
ซัดดัม ฮุสเซน ตายแล้ว
บินลาเดนก็เช่นกัน
สตีฟ จ็อบส์ ปล่อย iPod ออกมาเปลี่ยนโลก ต่อด้วย ​iPhone และ iPad
และตอนนี้สตีฟ จ็อบส์ ก็ไม่อยู่แล้ว

Spider Man มีภาคต่อออกมาอีกหลายภาค เขาเปลี่ยนตัวพระเอกแล้วนะ ภาคหลังๆ ไม่มีคนคอยมานั่งดูด้วยแล้วบรรยายนั่นนี่ให้ฉันรำคาญอีกต่อไป

 

ถ้ายังมีชีวิตอยู่ …
เธอจะคิดยังไงกับ Donald Trump กันนะ

 

จำวันเกิดปีที่ฉันอายุครบ 22 ได้ไหม
ต้องจำได้สิ วันนั้นฉันใส่สเวตเตอร์สีฟ้า
สีฟ้าเป็นสีที่เธอชอบนี่

เราไปเที่ยวกัน,
อืม…ไปไหนบ้างนะ อยู่ๆ ก็จำไม่ได้ซะงั้น
แต่ตอนเย็นเราไปกินอาหารไทย ฉันสั่งผัดไทยให้เธอ ตัวเองสั่งเฝอ แต่ฉันอยากกินกุ้ง ฉันก็เลยแย่งเธอกินกุ้งไป 2 ตัวใหญ่ๆ

ขากลับ ค่ำแล้ว เรานั่ง Shuttle Bus กลับ รถคันใหญ่ที่มีเรานั่งอยู่ด้านหลังแค่ 2 คน ฉันบอกให้นั่งหน้าใกล้ๆ คนขับก็ไม่ยอมเชื่อกัน เธอบอกว่า เธอเป็นเด็กหลังห้องมาตลอด ต้องนั่งหลังสิ นั่งหลังมันเท่มากๆ นะ … จริงๆ แล้วฉันเมารถ แต่เอาเถอะ แล้วแต่เลย

เราคุยอะไรกันยืดยาวท่ามกลางความมืดมิดบนรถ Shuttle Bus
ท่ามกลางภูเขาหินสูงเหล่านั้น ท่ามกลางอากาศฤดูใบไม้ผลิที่ใบสีเขียวค่อยๆ งอกเงย

ณ จุดที่ชีวิตกำลังก้าวขาสู่ความเป็นผู้ใหญ่
เธอมอบของขวัญวัย 22 ปีให้ฉัน
Wind Chime แต่เป็นแบบตั้งโต๊ะ

“ตีตอนเช้ากับตอนก่อนนอน มันจะนำพลังงานดีๆ มาให้”
มันเป็นเพราะเธอเคยบวชเป็นหลวงจีนมาก่อนหรือเปล่านะ เธอเลยซื้ออะไรได้ติงต๊องขนาดนี้
แต่ Wind Chime นั่น ก็ตามติดตัวฉันไปทุกที่ รูมเมททุกคนของฉันน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

“ตีตอนเช้ากับตอนก่อนนอนนะ”

 

 

“ติ๊กต่อกนอนเร็วไปนะ”
เธอพูดขึ้นในค่ำวันหนึ่งถัดจากวันเกิดไม่นานนัก
“ไม่ค่อยยอมไปสังสรรค์กับคนอื่นด้วย”
ฉันมองเบียร์ที่เธอถืออยู่ ฉันว่าเธอเริ่มเมาแล้วล่ะ
“เธอมักจะขลุกอยู่แต่ในห้องของเธอ พื้นที่ของเธอ”
“บางครั้งมันก็มากเกินไป”

ไม่ชัดเจน,
เธอตั้งใจจะพูดคำนั้น
แต่เธอไม่ได้พูดมันออกมา

เราไม่ได้เป็นแฟนกัน เราไม่เคยคบกันด้วยซ้ำ ทุกอย่างดูคลุมเครือตั้งแต่เริ่มต้น ใช่, อาจเป็นฉันเองที่ทำให้ทุกอย่างคลุมเครือ
“หลังหน้าร้อนนี้จบลง พวกเราในอนาคต…จะเป็นอย่างไงบ้างนะ”
เธอที่นั่งอยู่ตรงบันไดทางขึ้นตึก เงยหน้ามาถามฉันที่ยืนนิ่งอยู่
“พอเหอะ”
ยังไม่ทันเริ่มต้นด้วยซ้ำ ทุกอย่างก็จบลงที่ประโยคนั้น
“พอเหอะ”

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ฉันทำตัวงี่เง่าและดราม่าใหญ่โต อาจจะเป็นการดราม่าครั้งใหญ่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยก็ได้

เธอสูบกัญชา ฉันรู้ว่าเธอสูบกัญชา เธอเคยเลิกไปแล้ว อยู่ๆ ก็กลับมาสูบอีก ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเครียดเรื่องฉันหรือเปล่า
ในสถานะเพื่อน ฉันยื่นคำขาดไปว่าให้เธอเลิกซะ ไม่งั้นฉันจะไม่ยอมลุกจากระเบียงหน้าตึกนั่น เวลานั้นคือช่วงฤดูใบไม้ผลิที่อากาศตอนดึกยังต่ำกว่า 10 องศา ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งคืนไม่ไหวแน่ แต่ฉันก็ยื่นคำท้าไป ฉันคิดว่ามันคือความหวังดี

มองย้อนกลับไปจากปี 2018, ฉันโคตรเอาแต่ใจเลย

สูบกัญชาหรือเปล่ามันก็เรื่องของเธอ ถ้ามันไม่ผิดกฎหมายรัฐนั้น แล้วฉันจะไปยุ่งอะไรด้วยล่ะ
ในนามของความหวังดี, ฉันคาดคั้นเธอเกินไป, ฉันเอาแต่ใจเกินเหตุ, เธอส่ายหน้าและเดินหายไปในป่า กว่าสองชั่วโมงที่ฉันนั่งหนาวอยู่ตรงระเบียงหน้าตึก เธอไม่โผล่มา แต่ให้เพื่อนตัวโตมาแทน

ฉันรู้ว่าเพื่อนตัวโตคือตัวแทนของเธอ เขาพูดอะไรบางอย่างจนฉันยอมกลับห้อง
แล้วหลังจากคืนนั้นเราก็มีสถานะภาพเป็นเพื่อนกันอย่างชัดเจน

 

เธอเคยก้าวห่างออกไปในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วเธอก็ค่อยๆ ก้าวกลับมา
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
แต่ในสถานะภาพของการเป็นเพื่อนกัน มันดีมาก และฉันมีความสุขมาก

ทุกๆ เช้าที่ต้องเดินไปทำงานที่อีกตึก ฉันมักจะเจอเธอระหว่างทางเสมอ เราบังเอิญเจอกันบ่อยมากจนฉันเริ่มสงสัยว่าเธอจงใจหรือเปล่า

ทุกเช้าที่บังเอิญเจอกัน เราจะได้คุยกันอยู่ 3 นาที ก่อนแยกย้ายไปทำงาน

มีบางเที่ยงที่เราพักเบรกพร้อมกัน ตอนนั้นเราต่อคิวรออาหารถัดกันเลย วันนั้นพ่อครัวทำเมนูเห็ดย่าง ฉันชอบกินเห็ดมาก แต่เขาจะให้พนักงานแค่คนละ 2 ชิ้น ฉันหันไปมองหน้าเธอ
เธอรู้แหละว่าต้องทำยังไง
แน่นอนว่า เธอยกเห็ด 2 ชิ้นของเธอให้ฉัน

เรานั่งตรงข้ามกัน คุยกันเหมือนไม่ได้คุยกันมาเนิ่นนาน ฉันรู้ว่าคนที่โรงอาหารมองมา แต่ช่างมันเถอะ

ในสถานะภาพของการเป็นเพื่อน ทุกอย่างกำลังค่อยๆ คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น

จนกระทั่ง

“โดนไล่ออก”
ใครสักคนแจ้งข่าว หัวใจฉันแทบหยุดเต้น ฉันเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า “หัวใจแทบหยุดเต้น”​ จริงๆ ก็วันนั้น

“ต้องไปทันที”
ใครสักคนบอก

เรื่องมันเกิดเพราะความใจดีของเธอ, จะเรียกว่าไม่เคารพกฎก็ได้, แต่นั่นแหละ เหตุมันเกิดมาจากความใจดีของเธอ

เธออยู่ในสถานะที่ให้ส่วนลดลูกค้าได้ เมื่อเพื่อนฉัน (ซึ่งก็เป็นเพื่อนเธอด้วยเหมือนกัน) ไปซื้อของ เธอลดราคาให้แบบหั่นแหลก ราวๆ 80 % ได้ เธอทำอย่างนี้บ่อยมากๆ ตอนแรกพวกเราคิดว่าเธอมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะทำอย่างนั้น เพราะตำแหน่งของเธอก็ไม่ใช่ย่อย แต่เรามารู้หลังจากเกิดเรื่องแล้วว่า บริษัทมองว่านี่คือการทำผิดกฎ มันไม่ต่างกับการโกง เธอถูกไล่ออกทันที

เธอไม่ได้ให้ส่วนลดตัวเองด้วยซ้ำ, และฉันเชื่อมั่นว่าเธอไม่เคยเอาเงินสักดอลล่าร์ของบริษัทไป
เธอแค่ให้ส่วนลด 80% นั่นกับเพื่อนๆ ของฉัน

ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยล่ะทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแท้ๆ

 

“ไปยังไง”
ฉันถามขึ้น เธอกำลังเก็บของอยู่
“ลินด์เซย์ไปส่งไปที่ท่ารถ”

เธอหมายถึงท่ารถที่อยู่ห่างไปอีกเมืองนึง หลังจากนั้นเธอจะนั่งรถไปลาสเวกัส แล้วคงนั่งรถเกรย์ฮาวนด์ไปต่อสักรัฐ ปลายทางอยู่ที่ไหนเธอเองก็ยังไม่แน่ใจ

ไม่ไปได้ไหม,
ฉันอยากพูดออกไป
แต่ฉันในวัย 22 ปี มีสิทธิพูดอะไรอย่างนั้นได้ด้วยเหรอ
เรายังไม่เป็นผู้ใหญ่ และเรายังรับผิดชอบชีวิตกันและกันไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

“ติดรถไปส่งด้วยนะ” ฉันบอกออกไป ไม่ได้ขอลินด์เซย์ ไม่ได้ขอเธอ มันคือประโยคบอกเล่าเฉยๆ
จริงๆ ฉันอยากไปส่งเธอถึงที่ลาสเวกัสมาก แต่ตอนบ่ายฉันต้องเข้ากะ … มองย้อนกลับไป วันนั้นฉันน่าจะลาป่วยเนอะ
ทำไมฉันไม่ลางานล่ะ
เธอจะหายไป…ไปไกลมากๆ เลยเชียวนะ

ลินด์เซย์ออกรถ ลินด์เซย์เป็นเพื่อนสนิทเธอ เป็นผู้หญิงที่สวยและเท่มากๆ ตอนแรกที่รู้จักกัน ฉันยังสงสัยว่าทำไมเธอไม่ชอบลินด์เซย์

“ไหนๆ เธอก็จะไปแล้ว ฉันขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม” เราสองคนนั่งอยู่เบาะหลัง เธอมีของนิดเดียวเอง เพราะข้าวของส่วนใหญ่ เธอยกให้คนอื่นไปแล้ว
“เป็นคำถามที่สำคัญมากๆ” ฉันย้ำ
“เธอเกิดวันไหนเหรอ” นั่นคือคำถามที่ฉันเก็บงำมาตลอดตั้งแต่รู้จักกัน
“1 มกราคม” เธอตอบ
“ฮื่อ ไม่จริงอ่ะ” ฉันแย้ง เป็นไปไม่ได้ เธอจะเกิดวันขึ้นปีใหม่ได้ยังไง
“อ๊ะ ไม่เชื่อกันก็เอาบัตรไปดู” เธอยื่นบัตรที่เหมือนใบขับขี่ให้ มันเขียนไว้ว่า เธอเกิด 1 มกราคม 1979 จริงๆ ด้วย

“โห… รู้ป่าว ฉันคิดมาตลอดว่า คนที่เกิด 1 มกราคม นี่ ต้องเป็นคนพิเศษมากๆ อ่ะถึงได้เกิดวันนี้ได้”
“นี่ก็เป็นคนพิเศษไง” เธอพูดยิ้มๆ
ฉันหันไปมองหน้าเธอ
“อืม…พิเศษจริงๆ ด้วย”

รถแล่นมาถึงหน้าธนาคาร เธอต้องทำธุระที่ธนาคารก่อน ระหว่างนั้น ฉันเขียนโน้ตใบหนึ่ง ข้างในเป็นชื่ออีเมล และรหัสผ่าน มันเป็นอีเมลที่ฉันเพิ่งคิดขึ้นมาสดๆ ตอนนั้น ยังไม่ได้ลงทะเบียนสมัครด้วยซ้ำ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีคนใช้ชื่ออีเมลนี้นะ

jdzion@yahoo.com

ฉันยื่นกระดาษให้เธอ
“ใช้อีเมลเป็นใช่ไหม ถ้าไปถึงที่พักแล้ว เข้าอีเมลกับรหัสผ่านนี้นะ ถ้ามีอะไรฉันก็จะเขียนหาในนี้”
“อย่าขาดการติดต่อล่ะ”
เธอยิ้มก่อนกอดแน่น และพูดบางประโยค
“สัญญาได้ไหม ว่าในอนาคต จะไม่คบคนนิสัยแย่ๆ แบบฉันอีก”

จำไม่ได้เลยว่าตอบอะไรกลับไป

รถแล่นจากไป ภาพที่รถค่อยๆ แล่นลับหายไปจากสายตาในวันนั้นยังถูกเก็บฝังไว้ในพื้นที่ความทรงจำ มันเหมือนฉากในหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” ที่ตัวละครเด็กสองคนจากกันเลย ตอนที่มีใครคนหนึ่งย้ายบ้าน รถแล่นจากไปจนลับตา มันเหมือนฉากนั้นมากๆ

เพียงแต่มันเกิดขึ้นก่อนฉากนั้น 3 ปีได้มั้ง

4 มิถุนายน 2003

นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน

 

อีเมลที่ฉันให้เธอไป มีคนใช้ชื่อนี้อยู่ก่อนแล้ว นั่นเท่ากับว่า พวกเราไม่เหลือช่องทางติดต่อกันแล้ว
เธอผู้ไม่มีที่อยู่ และฉันผู้กำลังจะกลับเมืองไทย
ไม่สิ,​ ยังเหลืออีกทาง
ถ้าโชคชะตาจะไม่ใจร้ายเกินไป

เพื่อนฉันกำลังจะกลับเมืองไทย พวกเขาแวะเที่ยวลาสเวกัสก่อนกลับ ฉันติดสอยห้อยตามไปด้วย ฉันแค่ไปเที่ยว แต่หอบกระเป๋าใบใหญ่มาก จนมีคนเข้าใจผิดว่าฉันจะกลับเมืองไทย

2 วัน กับ 1 คืนที่ฉันไม่อยู่ที่หอพัก เสียงโทรศัพท์เครื่องเดียวในหอดังขึ้น ตอนที่ฉันกลับมาแล้ว มีคนบอกฉันว่า เธอโทรมา แต่เธอโทรหาแบรนดอน

แบรนดอนเป็นเพื่อนสนิทเธอ ฉันไม่สงสัยหรอกว่าทำไมเธอโทรหาแบรนดอน

“ตอนนี้อยู่ที่เซาท์แคโรไลน่า” แบรนดอนบอกฉันในวันรุ่งขึ้น ฉันไม่กล้าถามต่อด้วยซ้ำ ความน้อยใจเข้าครอบงำจนฉันไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไรอย่างอื่นเลย

….โทรหาแบรนดอนได้ ทำไมไม่โทรหาฉัน

…จำเบอร์หอพักได้ ทำไมไม่โทรหาฉัน

ฉันรอโทรศัพท์อีก 2 เดือน จนวันที่ฉันต้องบินกลับแล้ว แต่เธอก็ยังไม่โทรมา
ฉันถามลินด์เซย์ในวันหนึ่ง, เรื่องเธอ, ลินด์เซย์ก็บอกว่าไม่ได้ข่าวเหมือนกัน
คนเดียวที่เธอโทรหา ก็คือ แบรนดอน สินะ

ถึงทุกวันนี้ ฉันยังไม่เคยถามแบรนดอนเลยว่า วันนั้นที่เธอโทรมา เธอเล่าอะไรบ้างนอกจากบอกว่าอยู่แคโรไลน่า เธอได้ถามถึงฉันหรือเปล่า แล้วแบรนดอนตอบว่าไงบ้างเหรอ แล้วทำไมเธอไม่โทรมาหาฉันล่ะ หรือว่าเธอโทรมาแล้วมีใครบอกเธอว่าฉันกลับไทยเหรอ มีใครที่เข้าใจผิดว่าทริปลาสเวกัสของฉันคือทริปกลับไทยแล้วบอกเธอหรือเปล่า โชคชะตาจะใจร้ายได้ขนาดนั้นเลยน่ะเหรอ

 

นี่,
ถ้ายังมีชีวิตอยู่…
เธอจะฟังเพลงโรแมนติกของ Ed Sheeran ไหม
เธอจะคิดยังไงกับกระแส #MeToo
แล้วเธอเคยเห็นธนบัตรที่เขียนอะไรแปลกๆ ตรงขอบไหม

ฉันอ่านเจอเรื่องข้อความบนธนบัตร 1 ดอลล่าร์ในนิตยสาร Reader’s Digest มีผู้ชายคนหนึ่งเขียนข้อความไว้ริมขอบธนบัตร ขอให้คนที่ได้รับธนบัตรเขียนโปสการ์ดกลับมายังที่อยู่ของเขา การเขียนข้อความริมขอบไม่นับว่าผิดกฎหมาย ธนบัตรยังมีมูลค่าตามเดิม เมื่อถูกแลกเปลี่ยน เปลี่ยนมือผู้ถือ ธนบัตรจะเดินทางไปเรื่อยๆ … และมันอาจจะเดินทางไปถึงเธอในวันหนึ่ง

ฉันตัดสินใจแลกธนบัตรดอลล่าร์ไว้ 10 ใบ เขียนข้อความพร้อมเบอร์ติดต่อตัวเองลงไป ฉันหวังว่าโลกทุนนิยมเสรีจะพาธนบัตรเหล่านี้เดินทางไปถึงมือเธอ

ฉันแค่หวัง

ถ้ายังมีชีวิตอยู่… คนเราก็ควรมีหวัง

 

ฉันทำอะไรอีกหลายอย่าง เธอต้องไม่เชื่อแน่ๆ ฉันส่งจดหมายหาหัวหน้าฝ่ายบุคคลในที่ที่เราเคยทำงานช่วงฤดูร้อนด้วยกัน ฉันขอที่อยู่ที่เธอกรอกไว้ในใบสมัครงาน เพิ่งรู้ในตอนนั้น ว่าฝ่ายบุคคลบางครั้งก็กลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการตามหาคนหายได้ ฉันเขียนไปว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อย่างน้อยฉันอยากรู้ที่อยู่เดิมของเธอ,​ เธอหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16 ปี,​ ที่อยู่ที่เธอลงไว้ อาจเป็นที่อยู่ที่ไม่สามารถติดต่อเธอได้แล้ว

แต่อย่างน้อยฉันก็อยากรู้

ฝ่ายบุคคลไม่เคยตอบกลับ ฉันรู้ว่าเขาได้รับจดหมาย เขารู้จักฉัน เหตุผลที่เขาไม่ตอบ อาจเป็นเพราะกลัวผิดกฎบริษัทก็ได้
ฉันเข้าใจเขา แต่ไม่อาจเข้าใจโชคชะตาที่กำหนดชะตาชีวิตพวกเราไว้

 

เธออาจไม่เคยรู้ นับตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่ดูหนังสารคดี สายตาฉันมักมองไปที่บรรดาตัวประกอบด้านหลังอยู่เสมอ
ฉันมักมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาในหนังสารคดี สังเกตว่าใครกำลังพูดอะไรอยู่ มันชัดเจนมากๆ ว่าฉันกำลังหวัง, อธิษฐาน, และแอบฝัน, ว่าเผื่อเธอจะโผล่มาในสารคดีเหล่านั้น

รู้อะไรไหม มีหนังไทยน้ำเน่าอยู่เรื่องหนึ่ง ชื่อ “กวน มึน โฮ” มันมีฉากที่ว่าด้วยการตามหาตัวละครตัวหนึ่ง พระเอกตะลุยดูหนังจำนวนมาก เพื่อหาตัวนางเอกที่มีอาชีพเป็นนักแสดงประกอบฉากให้เจอ

พวกเขาทำอย่างนั้นเพราะไม่รู้จักชื่อจริงของกันและกัน

แต่ฉันรู้จักชื่อจริงเธอ

ตอนพายุแคทริน่าพัดถล่มนิวออร์ลีนจนมีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก ฉันเฝ้าติดตามข่าว ฉันค้นข้อมูลเพื่อหาชื่อผู้เสียชีวิต,​ ใช่ ฉันอธิษฐานว่าจะไม่เจอชื่อเธอในนั้น

อาจเป็นได้ทั้งข่าวดีและข่าวร้าย
ฉันไม่เคยเจอชื่อเธออีกเลย

ทุกครั้งที่เดินทางไกล ทุกครั้งที่ไปยังเมืองต่างๆ ไปที่ประเทศที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนไปมา ฉันมักจะมองหาเธอเสมอ
บนห้าแยกชิบูยะที่ขวักไขว่, ตลอด 2 ปีในญี่ปุ่นนั่นก็ใช่,​ ฉันมองหาเธอ

แต่โชคชะตายังคงซื่อตรงต่อภารกิจเดิมที่มันเคยทำอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง
คำอธิษฐานตลอด 15 ปี ไม่เคยเป็นจริง

 

 

“หลังหน้าร้อนนี้จบลง พวกเราในอนาคต…จะเป็นอย่างไงบ้างนะ”

 

ถ้ายังมีชีวิตอยู่ … ในปี 2018
ฉันหวังว่าเธอจะมีความสุข

 

ยากเสมอที่จะเขียนถึงเธอ,
แต่ฉันก็จะควานหาถ้อยคำจนเจอให้ได้

Happy New Year

และก็ Happy Birthday นะ

 

แด่ปี 2003

10392025_174082623234_6297697_n

 

 

Advertisements

[เขียนถึงซากุระ] โดยคนอ่าน 1

#เขียนถึงซากุระ

จาก Way to Read – https://waymagazine.org/waytoread07/
ขอบคุณค่ะ

อ่านแล้วชวนแท็ก #ซากุระซาโยนาระ#SakuraSayonara

/////

Sakura, Sayonara

#Tiktok
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์: อ่าน

การพบเจอของคนสองคนบนพื้นที่ตรงกลาง บรรยากาศขมุกขมัว ละอองความรู้สึกของใครบางคนลอยปะปนไม่ชัดเจน เป็นคนแปลกหน้าในสถานแปลกปลอมบนดินแดนแปลกถิ่น การเดินทางบางครั้งอิสรภาพก็มีน้ำหนักมากกว่ากระเป๋าเดินทาง ทำ ให้ ทุก อย่าง เชื่อง ช้า

Tiktok ผู้เขียนเดินทางจากไทยไปเรียนต่อที่โตเกียวญี่ปุ่น สวนทางกับ แดน ชายหนุ่มอังกษที่เสร็จสิ้นภารกิจฝึกงาน และกำลังเดินทางกลับประเทศ ก่อนการพบกันครั้งใหม่ที่นางาซากิก่อนข้ามไปยังเมืองอื่นๆ เกาะฮาจิมะ เนื้อเรื่องของ Sakura, Sayonara บรรยายบรรยากาศระหว่างทางไว้ชนิดที่ชวนให้ท่องเที่ยวตามรอยทีเดียว

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน แม้ในตัวเล่มจะย่นย่อเวลานับปีเหลือเพียงกระชับ ทว่ามันดำเนินไปอย่างยาวนาน ซึ่งคิดว่าคงตรงตามเจตนาผู้เขียน ความรู้สึกดีๆ มักเกิดในเวลาสั้นๆ ดังนั้นเราควรบรรจุไว้ในสถานที่ที่เวลาเดินช้ากว่าปกติ บรรทัดและวรรคตอนในหนังสือจึงค่อยๆ เผยสิ่งที่ผู้เขียนคิดช้าๆ

หรืออาจจะเหมือนนิยาย นิยายที่พรรณนาความรู้สึกอารมณ์ในห้วงที่พูดภาษาปากห้วนๆ ได้ว่า “นี่ฉันรักเขาหรือเปล่านะ” และสำหรับคนอ่าน เหมือนที่บอกว่ามันมีความคลุมเครือขมุกขมัว “สองคนนี้ (ติ๊กต่อกกับแดน) จะจบแบบไหน”

ถ้าจะอ่านเพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงจัง จะว่าอย่างนี้ก็คงไม่ถูกนัก Sakura, Sayonara จัดทำโดยผู้เขียน เป็นเรื่องราวและผู้คนที่ผู้เขียนพานพบในญี่ปุ่น โดยใช้ซากุระเป็นแกนเรื่อง ซึ่ง อีกนั่นแหละ ไม่ใช่คู่มือชมดอกซากุระ พูดตามตรงในมุมคนอ่าน หนังสือเล่มนี้เหมือนวรรณกรรมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ประดิดประดอย ด้วยเป็นประสบการตรง แต่ละบรรทัดจึงมีชีวิตให้ผู้อ่านจับต้องได้อย่างเป็นมิตร

แล้วหนังสือเล่มนี้ควรอ่านตอนไหน ขอให้ลองเปิดบทแรกๆ อ่าน ข้อดีประการหนึ่งคือสามารถโอบล้อมและดึงผู้อ่านให้เข้าสู่โลกในกระดาษได้อย่างไม่ขัดเขิน หรือถ้าคุณสัมผัสลมอุ่นที่พัดแทรกอากาศเย็นๆ ในฤดูหนาวเมื่อไหร่ ก็ควรอ่านตอนนั้น

 

 

Screen Shot 2561-01-06 at 17.46.41.png

เหนือกว่าที่คาดไว้

[series ว่าด้วยการงาน และสิ่งที่ได้เรียนรู้ #1]

“เหนือกว่าที่คาดไว้”

ขออนุญาตเล่าเรื่องส่วนตัวหน่อยนะคะ

เราเพิ่งสั่งพิมพ์โปรเจ็กต์อะไรบางอย่างกับทางโรงพิมพ์ชื่อ “ภาพพิมพ์” ไปค่ะ
จริงๆ แล้ว นับจากเริ่มทำโปรเจ็กต์กับภาพพิมพ์ ตั้งแต่หนังสือ on demand พิมพ์ครั้งที่ 1 ไปจนหนังสือพิมพ์ครั้งที่ 2 และมาถึงโปรเจ็กต์พิเศษนี้

โรงพิมพ์ภาพพิมพ์ได้ให้บทเรียนที่สำคัญหนึ่งของการทำงานแก่เราอย่างมาก
ทุกครั้งของการส่งงาน ถ้าเราสั่งผลิตสินค้าจำนวนเท่านี้ไป ภาพพิมพ์จะมีสินค้ามาแถมให้มากกว่าที่สั่งผลิตไปเสมอ

ครั้งแรกตอน on demand เราก็คิดว่า “โอ้ว ดีจัง”
ครั้งที่สอง ตอนพิมพ์ครั้งที่ 2 เราก็คิดว่า “อ๋อ พิมพ์เยอะขึ้น คงแถมเพราะพิมพ์เยอะขึ้นแหละ”
ครั้งที่สาม โปรเจ็กต์พิเศษ สั่งผลิตน้อยมาก โดยไม่ได้คาดหวังอะไร แต่เมื่อเจอซองที่ภาพพิมพ์ผลิตแถมมาให้ ก็แอบรู้สึกถึงคำว่า “เหนือกว่าที่คาดไว้” ขึ้นมาทันที

คำแนะนำจากกูรูฝั่งตะวันตกสักคน เคยพูดไว้ “deliver beyond expectation” ตอนอ่านเจอ เราไม่ได้คิดอะไรกับประโยคนี้ต่อ

จนมาเจอกับการทำงานของภาพพิมพ์ ที่ “เหนือกว่าที่คาดไว้” ก็เลยรู้สึกว่า มันคือสิ่งนี้สินะ ที่กูรูคนนั้นพูดไว้

ความรู้สึกที่ได้รับ ความเหนือคาด มันจะเป็นอะไรที่จะฝังแน่นในใจคนรับอย่างยาวนาน

ในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์, เราไม่แน่ใจนักว่า แท้จริงแล้ว คนเราควรให้อะไรที่ “เหนือกว่าที่คาดไว้” ดีไหม

ในแต่การทำงาน,​ เราค่อนข้างมั่นใจ

คนที่ “deliver beyond expectation” มักเป็นคนที่พวกเราจะจดจำเขาในแง่ดีเสมอ

และเราย่อมอยากทำงานกับเขาอีก
ซ้ำๆ เรื่อยไป อย่างแน่นอน

#Work#Life#Lesson

sakura-cover-1-draft cv

แจ้งพิกัด “ซากุระ, ซาโยนาระ”

IMG_20171207_151814

“ซากุระ,​ ซาโยนาระ” โดย Tiktok

“หลังจากเบ่งบานและร่วงโรย, ทุกปี ซากุระจะกลับมาใหม่เสมอ ผู้คนในชีวิตก็เช่นกัน”

หนังสือรัก ที่ไม่มีคำว่า “รัก”

ว่าด้วยความทรงจำที่ยังคงผลิบาน ย้อนรอยการเดินทางสู่คิวชู คันไซ และโตเกียว

สำหรับใครที่ตามหาหนังสืออยู่ ค้นหากันได้ที่พิกัดเหล่านี้

 

 

 

1.ร้านหนังสือก็องดิด The Jam Factory ตรงคลองสาน

โทร : 02-861-0967

เว็บไซต์ : http://www.candidebooks.com/product/ซากุระ-ซาโยนาระ/

พิกัด : https://goo.gl/maps/P8NuvzmAfrj

 

 

2.ร้าน Bookmoby
ชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

โทร: 086-374-3464

เว็บไซต์ : www.facebook.com/bookmoby

พิกัด : https://goo.gl/maps/bjAfRWrEumA2

 

 

3.แกลลอรี่ กาแฟดริป Gallery Drip Coffee
ชั้น 1 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

โทร: 081-917-2131

เว็บไซต์ : www.facebook.com/GalleryDripCoffee

พิกัด : https://goo.gl/maps/zajkQTot9pC2

 

 

 

4. Ease Cafe & CoWorking space (อารีย์)

โทร: 092-828-5424

เว็บไซต์ : www.facebook.com/Easebkk/

พิกัด : https://goo.gl/maps/KDewXGdoQPx

 

 

5. 10 ml. Cafe Gallery 
ซอยวิภาวดี 16/6

โทร: 089-465-6915

เว็บไซต์: www.facebook.com/10mlcafegallery/

พิกัด : https://goo.gl/maps/Sv1CuQWr3CM2

 

 

 

6.ร้านหนังสือออนไลน์ Readery

เว็บไซต์ : http://readery.co/9786164451148

 

 

IMG_20171207_150455.jpg

 

 

 

 

ขอบคุณมากค่ะ

 

จะสั่งซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” 1 เล่ม ทำอย่างไรดี

สำหรับคำถามนี้

“จะสั่งซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” 1 เล่ม ทำอย่างไรดี? บล็อกนี้มีคำตอบค่ะ

 

ตอนนี้สั่งหนังสือได้แล้วค่ะ ขั้นตอนการสั่งซื้อคือ

1. โอนเงิน 345.- บาท เป็นราคารวมค่าจัดส่งแล้ว ไปที่บัญชี
หัทยา ภูดี

ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 155-214407-1
ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 691-0-21092-1
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 152-438157-9
Promtpay หมายเลขโทร. 0649691456 (หัทยา ภูดี)

 

2. กรอกชื่อ-ที่อยู่ รายละเอียดการจัดส่งที่
https://goo.gl/HzVaoS

3. พร้อมแนบรูปถ่ายสำเนาการโอนเงินมาด้วย กดตรง attached file ในหน้า form นะคะ

4. รอรับหนังสืออยู่ที่บ้านได้เลย ประมาณ 5 – 10 วันค่ะ

 

 

สงสัยหรือมีข้อสอบถาม อีเมล tiktokthailand@gmail.com หัวข้อเรื่อง “ซากุระ, ซาโยนาระ”

หรือหลังไมค์หาที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ ได้เลยค่ะ

23844759_1361339480661897_7662750106214880800_n

 

ถึงคุณ…ถ้าเราเคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิต

 

IMG_20171207_150455.jpg

สวัสดีค่ะ

ฉันตั้งใจเขียนอีเมลนี้หาคนที่ฉันมี contact ไว้ จุดมุ่งหมายเพื่อแจ้งข่าวว่า หลังจากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นมา 2 ปี ฉันได้รวบรวมประสบการณ์นั้น เขียนหนังสือออกมา 1 เล่ม

ต้นฉบับร่างแรกสุดของหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นที่กรุงโตเกียว ก่อนที่จะถูกขัดเกลาจนออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ตอนที่เริ่มต้นเขียนนั้น เป็นช่วงกึ่งกลางของธีสิสปริญญาโทพอดี ที่ฉันเจียดเวลาในช่วงธีสิสมาเขียนหนังสือเล่มนี้ เพราะอยากบันทึกความทรงจำถึงเพื่อนคนหนึ่งไว้ และฉันคิดว่า ถ้าฉันไม่เริ่มต้นเขียนในตอนนั้น ความทรงจำบางอย่างอาจหล่นหาย … และฉันอาจไม่ได้เขียนถึงมันอีกเลย

นั่นคือจุดเริ่มต้นแรกสุด ที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้น

 

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “ซากุระ, ซาโยนาระ” เป็นหนังสือที่ฉันใช้เงินทุนส่วนตัวจัดพิมพ์ขึ้นมาเองค่ะ โดยไม่ได้ผ่านสำนักพิมพ์ใดๆ

สำหรับชื่อหนังสือนั้น ถ้านับตามไวยากรณ์แบบญี่ปุ่นแล้ว การตั้งชื่อแบบนี้ถือว่าผิดหลักภาษาอย่างยิ่ง แต่หลังจากพูดคุยกับหลายผู้คน ฉันตัดสินใจใช้ชื่อนี้ เพราะคิดว่ามันสะท้อนเนื้อหาในหนังสือได้เป็นอย่างดี ฉันชอบความเบ่งบานของซากุระ ขณะเดียวกัน การร่วงโรยของมัน ก็ทำให้ฉันตระหนักถึงอะไรบางอย่าง

คุณเคยเห็นซากุระไหมคะ

เมื่อคิดถึงซากุระ ความทรงจำไหนบ้างที่โผล่มาทักทายคุณ
สำหรับฉัน ทุกครั้งที่นึกถึงซากุระ ความทรงจำถึงเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะโผล่ขึ้นมาเสมอ

ความทรงจำถึงผู้คน ที่เราพานพบและลาจากในชีวิต

ฉันคิดถึงสิ่งเหล่านั้น

 

 

ถ้าเราเคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิต และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วสนใจอยากรู้จักหนังสือเล่มนี้มากขึ้น ฉันอยากขอร้องคุณดังนี้

1)ถ้าคุณกำลังมองหาของขวัญปีใหม่ ไม่ว่าให้ตัวเอง หรือให้ผู้คนในชีวิต แล้วคุณมีงบประมาณอยู่ราวๆ 345 บาท ฉันอยากลองให้คุณพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู

2)ถ้าคุณกำลังวางแผนจะไปดูซากุระบานที่ญี่ปุ่น ในช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายน ปี 2561 ฉันอยากให้คุณลองพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู … แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า มันไม่ใช่หนังสือไกด์บุ๊ค แต่ฉันเชื่อว่า มันจะทำให้คุณเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบของซากุระมากขึ้น อีกสักนิด

3)ถ้าคุณรู้จักใครที่สนใจญี่ปุ่น กำลังวางแผนจะไปดูซากุระบาน หรือแม้กระทั่งอยากหาหนังสือสักเล่ม เพื่อส่งมอบให้ใครสักคนเป็นของขวัญ ฉันอยากให้คุณลองพิจารณาหนังสือเล่มนี้ดู

4)ถ้าคุณไม่อยู่ในสามกลุ่มข้างต้นเลย ไม่เป็นไรค่ะ แต่หากคุณพอมีเวลา ฉันอยากรบกวนช่วยแชร์ข่าวหนังสือเล่มนี้ในพื้นที่โซเชียลมีเดียของคุณได้ไหม

 

และสำหรับคนที่สนใจอยากพลิกอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งอยากสั่งซื้อ นี่คือรายละเอียด

ชื่อหนังสือ : ซากุระ, ซาโยนาระ
ราคา :  275 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง สั่ง 3 เล่มขึ้นไป ฟรีค่าจัดส่งภายในประเทศ)
จำนวนหน้า : 325 หน้า
พิมพ์ครั้งที่ 2: ธันวาคม 2560 
เขียนโดย : Tiktok

สำหรับคนที่ต้องการอ่านตัวอย่าง เพื่อทำความรู้จัก (ตัวหนังสือ)​ กันก่อน ดูได้ที่

  • อ่านตัวอย่างของหนังสือได้ที่ (issuu) – https://goo.gl/25R4Zv
  • หรือจะดาวน์โหลดตัวอย่างบางส่วนแบบ PDF ไฟล์ – https://goo.gl/pLMTxv

 

 

ช่องทางการจำหน่าย

คุณสามารถซื้อหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” แบบตัวเล่ม ได้  3 ช่องทาง

1)สั่งซื้อโดยตรงกับผู้เขียน ซึ่งก็คือฉันเอง โดยส่งอีเมลเข้ามาที่ tiktokthailand@gmail.com โดยระบุจำนวนเล่มที่สนใจสั่งซื้อ ทั้งนี้มีค่าขนส่งเพิ่มเติม 70 บาท แต่หากซื้อ 3 เล่มขึ้นไป จัดส่งฟรี (ในประเทศ)

ถ้าจะสั่งซื้อ 1 เล่ม สามารถโอนเงิน 345.- บาท เป็นราคารวมค่าจัดส่งแล้ว ไปที่บัญชี
หัทยา ภูดี

ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 155-214407-1
ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 691-0-21092-1
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 152-438157-9
Promptpay หมายเลขโทร. 0649691456 (หัทยา ภูดี)

จากนั้นเข้าลิงก์นี้   https://goo.gl/HzVaoS เพื่อกรอกชื่อ-ที่อยู่ รายละเอียดการจัดส่ง

และรอรับหนังสือภายใน 5-10 วัน

 

2)หลายคนอาจจะเขิน ลำบากใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ เวลาต้องสั่งซื้อโดยตรงกับผู้เขียน แต่ก็อยากสั่ง เรามีทางเลือกให้ค่ะ คุณสามารถสั่งซื้อได้ทางร้านหนังสือออนไลน์ชื่อ Readery (http://readery.co) เป็นร้านที่น่ารักมาก สโลแกนคือ Reading is Sexy  วิธีชำระเงินก็มีให้เลือกหลายทาง ลองดูนะคะ

3)สำหรับคนที่ชอบไปร้านหนังสือ อยากหยิบจับพลิกดูก่อน อยากลองเปิดดูว่าจะชอบไหม อยากพิจารณาใคร่ครวญก่อนสักนิด … แล้วค่อยซื้อ

คุณสามารถซื้อหาได้ที่ร้านหนังสืออิสระใน กทม. โดยตอนนี้ มีวางขายแล้วตามรายชื่อในลิงก์นี้
https://goo.gl/nLPXyD

  • ร้านก็องดิด (Candide) The Jam Factory
  • ร้าน Bookmoby ชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
    ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
  • แกลลอรี่ กาแฟดริป Gallery Drip Coffee
    ชั้น 1 หอศิลป์กรุงเทพฯ (bacc)
    ตรงข้ามห้างมาบุญครอง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
  • Ease Cafe & CoWorking space (อารีย์)
  • 10 ml. Cafe Gallery 
    ซอยวิภาวดี 16/6

 

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ฉันขอขอบคุณมากๆ ค่ะ

และไม่ว่าคุณจะสนใจหนังสือหรือไม่ก็ตาม ฉันอยากฝากแชร์ลิงก์นี้หน่อยนะคะ หากไม่รบกวนมากเกินไป

Link – https://deartiktok.wordpress.com/2017/11/19/ถึงคุณถ้าเราเคยรู้จัก/

 

 

 

บทหนึ่งในหนังสือเขียนไว้ว่า

“ผู้คนที่เราพบ เปลี่ยนแปลงเราไม่มากก็น้อย”

ในจังหวะหนึ่งของชีวิต ฉันดีใจที่เราได้พบกันค่ะ

 

 

Tiktok

ก่อนปีเฮย์เซย์ 29 จะผ่านพ้น

 

sakura-cv-spread-01

 

หมายเหตุ: หากคุณเป็น Press และต้องการไฟล์ภาพเพื่อนำไปบอกเล่าต่อ สามารถดาวน์โหลดภาพและตัวอย่างบางส่วนของหนังสือได้จากลิงก์นี้ค่ะ – https://goo.gl/b1S5r7

หรือสอบถาม tiktokthailand@gmail.com