ข้างหลังปกมีเรื่องเล่า – ก่อนซากุระบาน (ปกแรกที่ไม่ได้ตีพิมพ์)

23467306_1346720412123804_5477018280064865193_o

 

 

#ก่อนซากุระบาน

เขียนถึง “ปก” ค่ะ

กว่าจะมาเป็นปก “ซากุระ, ซาโยนาระ” ฉากหลังท้องฟ้าสีสดใสแบบที่หลายคนชอบกันนั้น ปกแรกสุด เคยเป็นแบบนี้มาก่อนค่ะ

อันนี้เป็นปกร่างแรกที่เราชอบมาก แต่เหตุผลที่ไม่ได้ใช้ปกนี้เพราะเราไม่แน่ใจว่า ผู้อ่านที่เป็นผู้ชาย จะรู้สึกว่าปกมันหวานไปไหม

เราเลยมาถึงปกร่างสองกัน ซึ่งเป็นปกแนว abstract หน่อย เกี่ยวกับซากุระที่ร่วงหล่นจากสองทิศ แล้วมาเจอกันตรงกลางปก

ขณะเดียวกัน ฝ่าย Art ที่ออกแบบปก ก็ไปแอบคิดปกมาอีกแบบ แล้วส่งมาให้ดู ซึ่งก็คือปกฉบับจริงที่ทุกคนเห็นกันนั่นแหละค่ะ

ลงท้ายแล้ว ถ้าใครจะบอกว่า ปกสวย ก็ต้องขอบคุณฝ่าย Art มากๆ ค่ะ เพราะเหมือนว่าอ่านเกมขาด นำเสนอปกที่คนเขียนไม่ได้เอ่ยปากขอไปด้วยซ้ำ ซึ่งจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังแอบงงว่า รู้ได้ยังไงว่าชอบสีฟ้า … คนเขียนชอบสีฟ้า blue sky มากค่ะ แต่คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่าคนเขียนชอบสีชมพู

แต่ปกร่างแรกที่มีความเป็นชมพูหวานปะปนกับขาว ก็เป็นปกที่ชอบมากนะคะ โดยส่วนตัวแล้วอยากใช้ปกนี้มากค่ะ

#ข้างหลังปกมีเรื่องเล่า

 

 

Advertisements

เดินเล่นกับความทรงจำ

“เดินเล่นกับความทรงจำ”

แปลกดี ทั้งๆ ที่ประเทศโลกที่ 1 จำนวนไม่น้อยล้วนมีระบบขนส่งทางรางที่ดีงาม แต่เมื่อนึกถึงรางรถไฟ และความโรแมนติก ฉันมักคิดถึงรางรถไฟในญี่ปุ่นเสมอ

อืม จริงๆ ก็ไม่ใช่ทุกรางรถไฟในญี่ปุ่นหรอกนะที่ดูโรแมนติกน่ะ
เพียงแต่ฉันมีสถานที่แห่งความลับแห่งหนึ่งที่ชื่นชอบในโตเกียว ซึ่งฉันยังไม่เคยบอกใครมาก่อน

อืม … เขียนผิดอีกล่ะ ฉันเคยบอกไปแล้วสามครั้ง กับคนสี่คน ต่างกรรมต่างวาระกัน

สถานที่แห่งความลับแห่งนั้น คือเนินข้างรางรถไฟ ที่มีสะพานลอยอยู่ข้างๆ พื้นที่จะอยู่ใกล้ๆ สถานี JR Nippori แต่ไม่ใช่สะพานใหญ่ตรงสถานีรถไฟเลยนะ เป็นสะพานย่อยอีกอันหนึ่ง โดดเดี่ยวออกมา แต่เป็นเส้นทางสัญจรเช่นกัน เพราะมันเชื่อมย่านนิปโปริเข้ากับสุสานแห่งหนึ่ง สุสานแห่งนั้นชื่อ สุสานยานากะ

ตรงสุสานนั่นมีต้นซากุระอยู่จำนวนมาก แต่ต้นที่ฉันชอบที่สุดจะอยู่ตรงเนินที่ติดกับรางรถไฟ ทุกปีเวลาที่ซากุระต้นนี้เบ่งบาน ฉันมักรู้สึกเสมอว่า มันเป็นความงามที่งอกเงยโดยมีความทรงจำของผู้คนคอยหล่อเลี้ยง

ก็บริเวณนั้นเป็นสุสานนี่นา … ความทรงจำของคนที่จากไป อาจจะกลายเป็นปุ๋ยคอยหล่อเลี้ยงต้นซากุระก็ได้นะ

ฉันคิดว่าต้นซากุระนี้โรแมนติกดี พอๆ กับที่คิดว่า สุสานที่อยู่เคียงข้างกับรางรถไฟก็โรแมนติกแบบประหลาด
มันเป็นความไม่ลงรอยที่ฉันชอบขนาดแอบทำลิสต์ส่วนตัวว่า นี่คือสถานที่ซึ่งเหมาะกับการเดทมากที่สุดในโตเกียว

“เดทกันที่สุสานที่อยู่ข้างรางรถไฟนี่นะ?” น้องคนหนึ่งทำเสียงตกใจนิดหน่อยตอนที่ฉันเล่าถึงความคิดก้อนนี้ให้ฟัง

อืม…ฉันไม่เคยมีประสบการณ์เดทที่สุสานหรอก แต่ฉันชอบพื้นที่ตรงนี้มาก ในวันที่เกิดคำถามหรือต้องการคุยกับตัวเอง ฉันมักจะเดินมายังพื้นที่ตรงนี้ เดินขึ้นสะพานลอย หยุดยืนอยู่ตรงกึ่งกลาง จ้องรางรถไฟ ดูรถไฟหลากหลายแบบที่เคลื่อนที่ผ่านไป ฟังเสียงรถไฟ และจินตนาการถึงจุดหมายของผู้คนที่อยู่บนขบวนรถไฟเหล่านั้น

ตอนที่อยู่โตเกียว, ฉันเคยพาคนสี่คนไปยังพื้นที่แห่งนี้

คนแรกสุด คือ แดน, ใช่ แดนคนเดียวกับที่อยู่ในหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” นั่นแหละ
วันนั้น หลังจากกินราเมงร้าน Tetsu เสร็จแล้ว แดนถามว่าพื้นที่ไหนของโตเกียวที่ฉันชอบที่สุด ฉันเพิ่งมาถึงโตเกียวได้ไม่ถึงสามสัปดาห์ ไม่ค่อยรู้จักที่ไหน แต่จำได้ว่าตอบไปว่า ฉันชอบมายืนฟังเสียงรถไฟใกล้ๆ สุสานยานากะ

แดนอยากมาเห็นบ้าง ฉันก็เลยเดินพาแดนไป มันมืดแล้วล่ะ แต่สุสานก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร ยังมีผู้คนเดินไปเดินมา ทั้งเด็กเล็ก คนหนุ่มสาว คนทำงาน คนชรา ฉันจำไม่ได้แล้วว่าวันนั้นคุยอะไรกับแดนไปบ้าง จำได้แค่ว่า ฉันถ่ายวิดีโอที่รถไฟแล่นผ่านเก็บไว้ มีเสียงตอนที่เราคุยกันแทรกอยู่ในวิดีโอนด้วย แต่เสียงมันก็เบาบางและกระจัดกระจายมาก จนฟังไม่ได้ศัพท์เลยทีเดียว

วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่แดนอยู่ที่บ้านพักรวมซากุระเซนดากิ วันรุ่งขึ้นแดนก็จากไป

กลุ่มที่สองที่ฉันพาไปยังเนินสุสานที่ติดกับรางรถไฟก็คือ นิริน กับ หยดหยาด ทั้งสองเป็นสมาชิกของบ้าน TVXQ! Meeting ในพันทิป อาจฟังดูประหลาดหน่อยนึงว่าเรารู้จักกันได้ยังไง แต่ฉันรู้จักนิรินก่อน แล้วนิรินก็ชวนหยดหยาดมาเที่ยวย่านยานากะ ตอนนั้นเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิ ซากุระโรยราแล้ว แต่ดอกไม้อื่นก็เบ่งบานงดงาม เหมือนว่าหยดหยาดจะเป็นคนชอบสุสานมั้ง ฉันเลยพานิรินกับหยดหยาดมาที่สุสาน และพาเดินไปตรงเนินข้างๆ รางรถไฟนั้น

“เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฉันชอบที่สุดในโตเกียว” จำได้ว่าบอกออกไปอย่างนี้

กลุ่มสุดท้าย คนสุดท้ายที่ฉันพาไปเยือน พร้อมเล่าเรื่องนั่นนี่ยาวเหยียดให้ฟังก็คือน้องคนหนึ่งที่มาอยู่ญี่ปุ่นก่อนฉันเสียอีก เพียงแต่เธอปักหลักที่เกียวโตมาก่อน และไม่ค่อยคุ้นเคยกับโตเกียวมากนัก (ในตอนนั้น)

ฉันพาน้ำหวานไปที่สถานที่แห่งความลับของฉัน ในวันที่ 5 ก.ย. 2015 สองวันสุดท้ายก่อนที่ฉันจะบินกลับเมืองไทย

เป็นน้ำหวานนี่เอง ที่ฉันเผยความลับให้ฟังว่า นี่คือสถานที่ที่ฉันคิด (เอาเอง) ว่า เหมาะกับการเดทมากที่สุดในโตเกียว

มันอาจจะฟังดูเพี้ยนๆ หน่อย แต่ฉันชอบองค์ประกอบของ “สุสานที่อยู่บนเนินข้างรางรถไฟ และมีสะพานลอยที่พาเราข้ามไปสู่ย่านนิปโปริ” มาก

มากในระดับที่ว่า ถึงตอนนี้ ถ้ามีใครเดินมาถามว่า สถานที่ที่ซึ่งฉันชอบมากที่สุดในโตเกียวคือที่ไหน

ฉันจะตอบไปว่า

คือที่นั่น

และสถานที่ไหนที่ฉันอยากกลับไปเดินเล่นอีก

ก็คือที่นั่น

อยากกลับไปเดินเล่นกับความทรงจำ

พลางฟังเสียงรถไฟที่ค่อยๆ แล่นจากรางไป

พลางจินตนาการถึงความทรงจำหลากหลายที่ถูกกลบฝังอยู่ในสุสานแห่งนั้น

ที่นั่น

นั่นเอง

 

IMG_0761

ซากุระ on the cloud (E-book)

Screen Shot 2560-11-11 at 1.56.19 PM

 

ซากุระ on the cloud (E-book)

11.11 คนจีนถือว่าเป็นวันคนโสด ทาง Alibaba ก็มีจัดกิจกรรมพิเศษ ลดราคาในร้านค้าปลีกบนแพลตฟอร์มตนเองจำนวนมาก

ทางเราไม่ได้จะมาลดราคาหนังสือค่ะ แต่จะมาแจ้งว่า “ซากุระ, ซาโยนาระ” มีจำหน่ายในรูปแบบ On the Cloud หรือ E-Book ด้วยนะคะ โดยเริ่มจำหน่ายวันนี้ 11.11

ช่องทางจำหน่ายคือเว็บ MEB ค่ะ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม E-book ที่ถือว่าเป็นเจ้าตลาดของไทยในปัจจุบัน

สำหรับท่านที่สนใจอ่าน “ซากุระ, ซาโยนาระ” เวอร์ชั่นที่ลอยละล่อง on the cloud สามารถเข้าไปในเว็บ MEB เลือกหมวด “ท่องเที่ยว” หรือค้นหาจากชื่อหนังสือ

หรือเข้าลิงก์ตรงได้ที่ https://goo.gl/d6n96g

เนื่องจากทราบดีถึงข้อจำกัดของหนังสือ E-book ที่จับต้องไม่ได้ หรือจะเก็บไว้ขายต่อก็ยังไม่ได้อีก (เอ๊า เผื่อใครอยากขายเป็นหนังสือมือสองเนอะ) ราคาในเวอร์ชั่น E-book จึงย่อมเยากว่าเวอร์ชั่นเล่มจริงค่ะ

ใครที่อยากอ่านตัวอย่างก่อน สามารถคลิกเลือกอ่าน Sample ในเว็บ MEB ได้ด้วยค่ะ ลงบางส่วนไว้ที่นั่น

สำหรับท่านที่อยากจับต้องเล่มจริง อยากได้ความรู้สึกของเนื้อกระดาษ สามารถติดต่อได้ที่ร้านหนังสือก็องดิด (facebook.com/CandideBooks) ค่ะ ราคาเล่มละ 275 บาท

ประกาศบอกไว้ในวันคนโสดของจีน

แต่หนังสือ อ่านได้ทั้งคนโสดและคนไม่โสด

และมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความทรงจำถึงผู้คนในชีวิต

 

 

 

Link

E-book – https://goo.gl/d6n96g

 

edit1: 15.01 เวอร์ชั่น E-Book มีแก้ไขนิดหน่อยนะคะ เพราะปกใน MEB จะมีขอบขาวเกินมา ตอนนี้กำลังแก้ไขกับทีมงานอยู่ ขอบคุณค่ะ

 

 

อัพเดท ช่องทางการจัดจำหน่าย “ซากุระ, ซาโยนาระ” – 16.10.2017

 

 sakura book fair
สวัสดีค่ะ

ตอนนี้หนังสือสำหรับสั่งออนไลน์ หมดสต๊อกแล้วนะคะสำหรับท่านที่สนใจ สามารถซื้อได้ที่งานหนังสือ 18 – 29 ตุลาคม 2560 ที่ Plenary Hall บูธ J 01 (บูธนิตยสารเวย์)หรืออีกช่องทางคือ ร้านหนังสือก็องดิด ค่ะ
https://www.facebook.com/CandideBooks/

from
Dear Tiktok
16.10.2017
ภาพโดย www.facebook.com/NodjadongArt/

“ก่อนซากุระบาน” – บันทึกถึงการทำหนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” [1]

“ก่อนซากุระบาน”
บันทึกครั้งที่ 1
22051163_10155144479068235_5146232585007934712_o

ถ้าตามที่โรงพิมพ์แจ้งมา หนังสือ “ซากุระ,​ ซาโยนาระ” น่าจะได้ออกจากโรงพิมพ์วันนี้ค่ะ เป็นการ print on demand จำนวนเล่มตามออเดอร์ และมีเผื่อไว้บ้างนิดหน่อย (กำลังวางแผนการกระจายอยู่ค่ะ)

อยากเล่าย้อนถึงกว่าจะเป็นหนังสือเล่มนี้หน่อยนึง ถ้าสนใจก็คลิกอ่านกันได้ ถ้าไม่สนใจ ก็ไถฟีดส์ข้ามๆ ไปได้เลยนะคะ คงปนๆ กันไปทั้งสาระและไม่มีสาระ (อันหลังน่าจะมากกว่า)

ต้นฉบับเล่มนี้ เขียนจบตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2016 (ปีก่อน) ก่อนจะถูกส่งให้นักอ่านจำนวนหนึ่งอ่าน มีฟีดแบ็กกลับมาทั้งชอบมาก กับเฉยๆ แม้ทุกคนจะบอกว่าผ่านมาตรฐานที่จะจัดพิมพ์ แต่มันเหมือนยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ มีคำแนะนำให้ปรับแก้ต้นฉบับ แต่จริงๆ ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร เลยทิ้งไว้เป็นเวลามากกว่า 4 เดือนโดยแทบไม่ได้ยุ่งกับมันเลย

ช่วงนี้ของเมื่อปีที่แล้ว อยู่ๆ เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อยากอ่านหนังสือ “One Day” ของ David Nicholls ขึ้นมา เลยไปหามาอ่าน ระหว่างอ่านไป ก็ตั้งคำถามกับสไตล์การเล่าเรื่อง บทแรกๆ ทำเอางงๆ หน่อย ตอนนั้นไม่เข้าใจนิดหน่อยว่าทำไม “One Day” ถึงดังมาก ขนาดถูกสร้างเป็นหนังเลยทีเดียว จนกระทั่งอ่านจนถึงบทสุดท้าย … อ่า ชั้นเข้าใจแล้วล่ะ

เป็นหนังสือที่พออ่านบทสุดท้ายจบ เราถึงขั้นต้องย้อนกลับมาอ่านบทแรกอีกครั้งทันที

และตะกอนอะไรบางอย่างที่ปะปนในบทแรกและบทสุดท้าย ก็ยังติดค้างในตัวเราอยู่

ตอนนั้นเอง ที่อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาว่า เราอาจจะลองเรียงเรื่อง “ซากุระ, ซาโยนาระ” แบบนี้ดูไหม

มันไม่ได้เป็นการเรียงที่เปลี่ยนแปลงอะไรมากไปหรอก เพราะจริงๆ ส่วนที่ถูกเพิ่มเข้ามา เป็นส่วนที่เราเขียนไว้ก่อนตั้งนานมากแล้ว

ไม่เชิงเป็นการเขียนใหม่ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเรียกได้ว่า “ปรับแก้”​ ต้นฉบับไหม เราแค่ลองใส่ส่วนบันทึกที่เราเคยเขียนไว้ แล้วจัดเรียงใหม่ เหมือนเล่าถึงเลข 100 ก่อน แล้วค่อยให้คนอ่าน อ่านเลข 1

ก่อนจะวกกลับมาที่ปัจจุบัน (ในตอนที่ปิดเล่มก่อนทำอาร์ตเวิร์ก)

หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับความทรงจำ และมันถูกเขียนขึ้นจากความทรงจำ และเหมือนที่ใครหลายคนเคยว่าไว้ ความทรงจำอาจบิดเบี้ยวก็ได้

แต่เราก็ยังคิดว่า นั่นแหละ คือเสน่ห์ของความทรงจำ

หมายเหตุ: หนังสือยังสั่งจองได้นะคะ เหลือประมาณ 10 เล่มที่จัดส่งได้ สั่งได้ที่ tiktokthailand@gmail.com ราคา 275 บาท (ไม่รวมค่าส่ง ค่าส่ง 50 บาท)

 

Update: วิธีสั่งซื้อหนังสือ Sakura, Sayonara

Update: 23 July 2017

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน

ท่านที่หลงเข้ามาบล็อกนี้ ไม่มากก็น้อย คงมีความสนใจหนังสือ Sakura, Sayonara อยู่บ้าง (เนอะ)

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เราจัดพิมพ์เอง เลยมีราคาสูงนิดหน่อยนะคะ

ถ้าอยากทำความรู้จักกันก่อน (นิดนึง) สามารถคลิกอ่านตัวอย่างของหนังสือได้ที่ – https://goo.gl/25R4Zv

สำหรับท่านที่ต้องการสั่งซื้อ มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

(ก.) รายละเอียดหนังสือและราคา

  • ชื่อหนังสือ: ซากุระ, ซาโยนาระ / เขียนโดย Tiktok
  • ราคาปก 275 บาท ค่าจัดส่งลงทะเบียนภายในประเทศ 50 บาท
    รวม 325 บาท
  • หนังสือหนา328 หน้า
  • กำหนดจัดส่งหนังสือ: ต้นเดือนตุลาคม 2560

 

(ข.) ขั้นตอนการสั่งจอง/ซื้อและการชำระเงิน

  • แจ้งจำนวนเล่มที่สนใจ พร้อมชื่อ ที่อยู่ และ เบอร์ติดต่อ ที่
    อีเมล​: tiktokthailand@gmail.comfacebook page: deartiktok (กรุณาเข้าไปที่เพจ https://www.facebook.com/deartiktok/ แล้วกดส่งกล่องข้อความ)หรือ LINE ID: tiktokthailand2
  • จากนั้นรอการตอบกลับ โดยอย่าเพิ่งทำการโอนเงินจนกว่าจะได้รับการตอบกลับ ทั้งนี้ทีมงานจะระบุยอดที่ต้องชำระ และแจ้งหมายเลขบัญชีสำหรับการโอนให้ท่านทราบ
  • เมื่อได้รับการตอบกลับ กรุณาชำระเงินภายใน 7 วัน จากนั้นถ่ายรูปสลิปการโอน หรือสลิปจากอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง ส่งเข้าที่ช่องทางที่แจ้งไว้ด้านบน (อีเมล,​ facebook page, LINE)
  •  รอรับหนังสือ … และขอบคุณที่สนใจหนังสือของทางทีมงาน ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ 🙂

 

pic-pic

Book Cover

last update: 23.07.2017

 

 

Dear Tiktok,

เช้านี้ตอนลืมตาตื่น เธอตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะทำอะไรนะ
อ้อ… เธอเพิ่งเคาะปกหนังสือเสร็จ แล้วเธอก็อยากอวดโฉมปกให้คนอื่นได้เห็น
แต่ว่าเธอยังไม่ได้ทำ … ทำไมนะ

คงเพราะเมื่อเช้าฝนตกหนัก
เธอนอนฟังเสียงสายฝนพรำ พลางจินตนาการถึงเสื้อผ้าที่เปียกปอนในสายฝน เสื้อผ้าที่เธอเพิ่งซักไปเมื่อวาน และมันถูกแขวนอยู่ใต้ถุนบ้าน … บริเวณใต้ถุนที่ฝนสาดถึง
รองเท้าวิ่งสีชมพูยี่ห้อไนกี้ที่วางอยู่ริมประตูของเธอก็เปียกปอน นั่นเป็นข้ออ้างให้เธอไม่ต้องลุกไปวิ่งในตอนเช้า, หรือเธอยังอ้างได้แม้กระทั่ง ไม่ต้องไปฝึกเล่นสเกตบอร์ดกับเหล่าแก๊งค์สเกต
เธอนอนฟังเสียงสายฝน, สายแล้วนะ,​ อยู่ๆ เธอก็อยากกินกาแฟ
แต่ร้านกาแฟที่เธอชอบไปนั่งขลุก (และใช้ฟรีไวไฟ) ยังไม่เปิด เธอเลยต้องจำยอมขับรถออกไปเซเว่น เพื่อจะซื้อกาแฟซองมาชงกิน
สายฝนหล่นเปาะแปะตอนเธอเปิดประตูออกจากบ้าน เธอกำลังคิดจะหยิบร่ม แต่เสื้อฮู้ดยี่ห้อ H&M ที่แขวนอยู่ริมประตู-ใกล้มือกว่า เธอก็เลยหยิบมันติดตัวมา คลับคล้ายคลับคลาว่าเธอมีภาพจำจากที่ไหนสักแห่ง ว่าถ้าฝนตกไม่หนักหนามาก แค่ใช้ฮู้ดคลุม ก็กันสายฝนได้แล้ว
เธอจำมันมาจากไหนนะ?​
ใช่ภาพจำจากมาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ในสื่อต่างๆ หรือเปล่า?ไม่ใช่สิ,​ เธอถกเถียงกับตัวเอง
เธอสตาร์ตรถ เสียงเครื่องยนต์ของรถฮอนด้าไม่ได้ไพเราะเพราะพริ้ง แถมรถคันนี้ยังไม่มีเพลงที่ชวนหัวใจสลายให้เปิดฟังอีก ส่วนวิทยุนั้น-เธอก็หมุนหาคลื่นต่างจังหวัดไม่เป็น เมื่อทำอะไรไม่ได้ ระหว่างรอรถอุ่นเครื่องยนต์ให้พร้อม เธอเลยเงี่ยหูฟังเสียงฝนแทน
“ความรักชัดเจนเสมอ” อยู่ๆ ประโยคนี้ก็แล่นผ่านมาในความทรงจำของเธอ
เธอเพิ่งเห็นมันในโพสอินสตาแกรมของเพื่อนมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง เป็นภาพดอกไม้สีสดใส และมีแคปชั่นสั้นๆ ง่ายๆ นี้แปะไว้

“ความรักชัดเจนเสมอ”
รถฮอนด้าอุ่นเครื่องพร้อมแล้ว เธอค่อยๆ พารถเคลื่อนตัวออกไป เธอไม่แน่ใจว่าความรักมันชัดเจนเสมอไหม แต่หยดน้ำฝนที่กระทบรถ ทำให้วิสัยทัศน์ทุกอย่างดูพร่ามัว
เมื่อมองเห็นไม่ชัด เธอก็ต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนไปด้วย เธอค่อยๆ ขับรถไป ใจนึงนึกอยากเปิดเพลงสักเพลงฟัง แต่บนรถเธอไม่มีแม้กระทั่งเพลงสักเพลงนี่สิ
ก่อนที่เธอจะทันตัดสินใจทำการใดๆ ต่อ รถก็แล่นมาถึงหน้าร้านเซเว่นอิเลฟเว่นเสียแล้ว
เธอจอดรถ,​ ฝนยังโปรยปราย, ที่หน้าเซเว่นมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ เหมือนเขาจะกลัวสายฝน จึงยืนรีๆ รอๆ เก้ๆ กังๆ อยู่หน้าเซเว่นแห่งนั้น
“Some people feel the rain, others just get wet.” บ็อบ มาร์เล่ย์​ กล่าวไว้
เธอรู้จักประโยคนี้เมื่อสี่ปีก่อน มีใครสักคนเขียนประโยคนี้มาให้เธอในบ่ายวันหนึ่งที่เธอเตือนเขาว่า “ฝนกำลังจะตกนะ อย่าไปไหนไกลเลย”
ละอองฝนยังคงหล่นลงมา เธอสวมเสื้อคลุมของ H&M ที่ได้มาตอนลดราคา ศีรษะของเธอมีฮู้ดคลุมอยู่, เธอไม่อยากเปียกปอน และเธอเกลียดการเป็นหวัด
ชั่วจังหวะของการเปิดประตูรถ, แล้วเธอก็จดจำได้, เธอมีภาพจำเกี่ยวกับฮู้ดดี้และสายฝนจากเมืองนางาซากินั่นเอง ภาพที่เธอกำลังเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ปรมาณูแห่งเมืองนางาซากิ สายฝน และใครบางคนที่ปฏิเสธการซื้อร่มในร้านลอว์สัน เริ่มวนเวียนกลับมา,​ อยู่ๆ เธอก็จำได้ชัดเจน, มันเกิดขึ้นตอนนั้นเอง ภาพจำภาพนั้น

 

เธอไม่แน่ใจว่า “ความรักชัดเจนเสมอ” อย่างที่เพื่อนเธอกล่าวไว้ในอินสตาแกรมไหม บ่อยครั้งที่อะไรหลายอย่างในชีวิตของเธอก็ดูพร่ามัว บางความทรงจำหล่นหายเมื่อวันเวลาผ่านไป เธอไม่ได้จดจำทุกคน และเธอไม่มีวันทำอย่างนั้นได้

แต่เพื่อกันความทรงจำจะหล่นหายไปในวังวนของกาลเวลาอีก

เธอเลยเลือกบันทึกถึงมันไว้

 

ไม่ว่าความรักจะชัดเจนเสมอหรือไม่
แต่ความทรงจำบางอย่าง,​ ถึงจะพร่ามัวบ้าง, แต่มันจะอยู่กับเธอตลอดไป

เธอค่อนข้างมั่นใจ, และในจังหวะที่หยาดฝนหล่นกระทบฮู้ดดี้ที่เธอคลุมศีรษะไว้,

เธอยิ่งมั่นใจ,

ความทรงจำบางอย่าง ถึงจะพร่ามัวไปบ้าง – แต่มันจะยังคงอยู่กับเธอตลอดไป

“ไม่ต้องชัดเจนมากก็ได้”

 

เธอคิดในใจ –  ตอนที่วิ่งฝ่าสายฝนออกไปเพื่อเข้าไปยังเซเว่นอิเลฟเว่นสาขานั้น

 

 

 

 

////////////////

บางส่วนจากหนังสือ

 

แล้วฝนก็พรำสายในตอนที่เราเดินออกจากพิพิธภัณฑ์
ตามพยากรณ์อากาศแล้วฝนจะเริ่มตกตั้งแต่วันนี้และลากยาวติดต่อกันไปอีกหลายวัน สัปดาห์นี้คือสัปดาห์แห่งฟูลบลูม ดอกซากุระจะเบ่งบานสวยสดที่สุดช่วงนี้แหละ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สายฝนหล่นโปรยลงมา แทนที่ฟ้าสีครามและแดดจัดจ้าจะมาเยี่ยมเยือน

 

แต่เราไม่มีสิทธิควบคุมสายฝนอยู่ดี
ฉันถือร่มพับสีชมพูติดมือมาคันหนึ่ง แต่เรามีกันสามคนยังไงร่มก็ไม่พออยู่ดี ฉันเลยเสนอให้เอริกับแดนซื้อร่มที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ตรงทางขึ้นเนิน เอริได้ร่มใสมาหนึ่งคัน แต่แดนบอกว่าไม่เป็นไร เขาชินกับฝนปรอยแบบนี้มาทั้งชีวิตแล้ว “แค่ยกหมวกฮู้ดมาใส่ก็สบายปร๋อแล้วล่ะ” เขาหมายถึงหมวกฮู้ดจากเสื้อคลุมที่เขาสวมอยู่นั่นเอง

บทที่ 13: จุดศูนย์กลางการระเบิด สวนสันติภาพ และความบอบบางที่ไม่คงทน


หนังสือ “ซากุระ, ซาโยนาระ” โดย Tiktok  

 

ดูรายละเอียดการสั่งซื้อหนังสือได้ที่ : https://goo.gl/9t5753

หรือสอบถามทางอีเมล tiktokthailand@gmail.com (ตอบอีเมลเร็วมากค่ะ)